You dont have javascript enabled! Please enable it!

S-Design News
แหล่งรวมความรู้ บทความ ข่าวสาร

แหล่งรวมคลังความรู้รอบตัว บทความ ข่าวสารและเทคโนโลยี จาก S-Design News เนื้อหาบทความข่าวสารและแหล่งความรู้ต่างๆ รวบรวมเรียบเรียงโดยระบบ AI อัจฉริยะ
เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล และเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกท่าน เพื่อเป็นองค์ความรู้และสนับสนุนให้คนรักการอ่าน พร้อมแบ่งปันประสบการณ์การอยู่ร่วมกัน
ของมนุษย์ กับ AI อย่างสงบสุขพึ่งพากันและกัน หากเนื้อหาและข้อมูลส่วนใดของบทความข่าวสาร และแหล่งความรู้ต่างๆที่ AI รวบรวมและเรียบเรียงมา มีข้อผิดพลาดประการใด
ทาง S-Design News ต้องกราบขออภัยล่วงหน้ามา ณ ที่นี้ ด้วยครับ ทางเรายินดีรับฟังความคิดเห็น คำติชม คำตักเตือน เพื่อนำมาปรับใช้และแก้ไขในการวางระบบ AI ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
แหล่งรวมความรู้ บทความ ข่าวสาร S-Design News อยู่ภายใต้การบริหารจัดการดูแลระบบและควบคุมการวางคำสั่งรันระบบ AI อัจฉริยะ
โดย : Shop SDesign ผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้ง รับทำเว็บไซต์ และโซลูชั่นออนไลน์ครบวงจ (นโยบายความเป็นส่วนตัว)

วิธีตั้งค่าความเป็นส่วนตัวใน Facebook ป้องกันข้อมูลหลุดสู่สาธารณะ

coverblog 8
Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest

วิธีตั้งค่าความเป็นส่วนตัวใน Facebook ป้องกันข้อมูลหลุดสู่สาธารณะ


การใช้ Facebook ในชีวิตประจำวัน ทำให้ข้อมูลส่วนตัวของเราถูกบันทึกและแลกเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ทั้งโพสต์ รูปภาพ ข้อความส่วนตัว ไปจนถึงข้อมูลติดต่อและพฤติกรรมการใช้งานออนไลน์ หากไม่ได้จัดการตั้งค่าอย่างเหมาะสม ข้อมูลเหล่านี้อาจถูกเปิดเผยเกินความจำเป็น หรือหลุดไปถึงคนที่เราไม่ต้องการให้เห็นได้ง่ายกว่าที่คิด การเรียนรู้วิธี ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว Facebook จึงเป็นหนึ่งในทักษะด้านดิจิทัลที่ทุกคนควรมี

บทความนี้รวบรวมแนวทางการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวบน Facebook อย่างเป็นระบบ เน้นการป้องกันข้อมูลส่วนตัวไม่ให้หลุดสู่สาธารณะ และช่วยให้คุณควบคุมได้ว่า “ใครเห็นอะไร” จากบัญชีของคุณได้บ้าง โดยสามารถนำไปปรับใช้ได้ทั้งผู้ใช้ทั่วไป ผู้ประกอบการออนไลน์ ไปจนถึงทีมดูแลเพจที่ต้องแยกการใช้งานระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัวอย่างชัดเจน

การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวที่ดี ไม่ได้มีไว้เพราะกลัวคนอื่นเสมอไป แต่มีไว้เพื่อให้เราเลือกได้อย่างมีสติว่าข้อมูลใดควรอยู่ในวงส่วนตัว และข้อมูลใดพร้อมจะเผยแพร่สู่สาธารณะ

ทำไมการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวใน Facebook จึงสำคัญ

ก่อนลงรายละเอียดการ ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว Facebook ควรเข้าใจก่อนว่าความเสี่ยงหลักๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการเปิดข้อมูลมากเกินไปมีอะไรบ้าง เพื่อช่วยให้คุณประเมินตัวเองและวางระดับการป้องกันที่เหมาะสม

  • การแอบอ้างตัวตน (Identity Theft) – ข้อมูลวันเกิด เบอร์โทร ที่อยู่ สถานศึกษา ที่ทำงาน เมื่อถูกรวบรวม อาจถูกใช้สร้างบัญชีปลอม หรือใช้ในธุรกรรมที่คุณไม่รู้ตัว
  • การคุกคามและสตอล์ก (Stalking & Harassment) – การเปิดข้อมูลตำแหน่งที่อยู่ รูปแบบการใช้ชีวิต หรือรูปภาพครอบครัวแบบสาธารณะ ช่วยให้คนแปลกหน้าติดตามคุณได้ง่ายขึ้น
  • การโจมตีทางโซเชียล (Social Engineering) – แฮกเกอร์มักใช้ข้อมูลบนโซเชียลมีเดียในการเดารหัสผ่าน คำถามสำรอง หรือหลอกขอข้อมูลสำคัญจากคนรอบตัวคุณ
  • ผลกระทบต่อภาพลักษณ์ส่วนตัวและงาน – โพสต์ในอดีต ภาพงานเลี้ยง หรือความคิดเห็นที่อ่อนไหว อาจถูกนำมาใช้พิจารณาในการรับเข้าทำงาน หรือสร้างความเสียหายต่อธุรกิจ

การจัดโครงสร้างการเข้าถึงข้อมูลบน Facebook อย่างเหมาะสม จึงช่วยลดโอกาสถูกโจมตีทางข้อมูล และยังทำให้คุณรู้สึกปลอดภัยขึ้นเมื่อต้องใช้โซเชียลมีเดียในระยะยาว


ตรวจสอบภาพรวมความเป็นส่วนตัว: จุดเริ่มต้นที่ควรทำก่อน


ใช้ฟีเจอร์ตรวจสอบความเป็นส่วนตัว (Privacy Checkup)

Facebook มีเครื่องมือช่วยตรวจสอบการ ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว Facebook แบบรวมศูนย์ที่เรียกว่า “Privacy Checkup” แนะนำให้เริ่มจากส่วนนี้ เพราะเป็นการสแกนตัวเลือกหลักที่กระทบต่อข้อมูลส่วนตัวมากที่สุดภายในไม่กี่นาที

  • เข้าไปที่ การตั้งค่าและความเป็นส่วนตัว > การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัว หรือค้นหาคำว่า “Privacy Checkup”
  • ตรวจทีละส่วน ได้แก่
    • ใครเห็นสิ่งที่คุณแชร์
    • วิธีที่ผู้คนค้นหาคุณได้บน Facebook
    • การตั้งค่าข้อมูลส่วนบุคคลและการเข้าสู่ระบบ
  • ปรับค่าพื้นฐานจาก “สาธารณะ (Public)” เป็น “เพื่อน (Friends)” หรือ “เฉพาะฉัน (Only me)” ตามความเหมาะสม

หากไม่แน่ใจ ให้ใช้หลักการ “เริ่มจากปิดมากกว่าที่จำเป็น แล้วค่อยเปิดเพิ่ม” แทนการเปิดข้อมูลทั้งหมดตั้งแต่แรก

ตรวจสอบว่าโปรไฟล์ของคุณมองเห็นอย่างไรในมุมมองคนอื่น

หลายคนคิดว่าตั้งค่าแล้วปลอดภัย แต่ในความเป็นจริงคนภายนอกยังเห็นข้อมูลมากกว่าที่คิด การใช้ฟังก์ชัน “ดูในมุมมองของ…” ช่วยให้คุณเห็นโปรไฟล์ของตัวเองในมุมมองสาธารณะ

  • ไปที่หน้าโปรไฟล์ส่วนตัว
  • กดที่จุดสามจุด (…) แล้วเลือก “ดูในมุมมองของ…”
  • ตรวจว่าคนที่ไม่ได้เป็นเพื่อน เห็นข้อมูลอะไรบ้าง เช่น โพสต์เก่า รูปโปรไฟล์ รายละเอียดส่วนตัว
  • หากพบว่ามีข้อมูลสำคัญโผล่ขึ้นมา ให้กลับไปปรับการตั้งค่าโพสต์หรือข้อมูลส่วนนั้นเป็น “เพื่อน” หรือ “เฉพาะฉัน”

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว Facebook: ควบคุมว่าใครเห็นอะไร


ควบคุมการมองเห็นโพสต์: อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

1. ตั้งค่าผู้ชมสำหรับโพสต์ใหม่

ทุกครั้งที่เตรียมโพสต์ Facebook จะมีเครื่องมือเลือกผู้ชม (Audience Selector) อยู่ใต้ชื่อคุณ แนะนำให้กำหนดค่าเริ่มต้นที่ปลอดภัยก่อน แล้วค่อยปรับเป็นครั้งๆ เมื่อจำเป็น

  • เข้าไปที่ การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัว
  • ในหัวข้อ “กิจกรรมของคุณ” เลือก “ใครสามารถเห็นโพสต์ในอนาคตของคุณได้”
  • ตั้งค่าเป็น
    • เพื่อน (Friends) – เหมาะสำหรับคนส่วนใหญ่
    • เพื่อนยกเว้น… – ใช้เมื่อต้องการหลีกเลี่ยงบางคน
    • เฉพาะฉัน (Only me) – ใช้กับโพสต์ที่เป็นโน้ตส่วนตัวหรือต้องการเก็บข้อมูลเท่านั้น

2. จำกัดการมองเห็นโพสต์เก่าในครั้งเดียว

หากคุณเคยตั้งค่าโพสต์เก่าให้เป็น “สาธารณะ (Public)” แต่ตอนนี้ต้องการลดความเสี่ยง สามารถสั่งจำกัดโพสต์เก่าแบบเหมาได้ภายในไม่กี่คลิก

  • ไปที่ การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัว
  • ค้นหาหัวข้อ “จำกัดผู้ที่เห็นโพสต์เก่าของคุณ”
  • กด “จำกัดโพสต์เก่า” เพื่อเปลี่ยนโพสต์สาธารณะในอดีตทั้งหมดให้เป็นโพสต์สำหรับ “เพื่อน”

การจำกัดโพสต์เก่าเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่มีผลสูงที่สุดต่อความเป็นส่วนตัว โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ใช้ Facebook มานานหลายปีและมีโพสต์จำนวนมาก

3. ควบคุมการแท็กและไทม์ไลน์

การแท็กสามารถเปิดเผยตัวตนหรือสถานที่ที่คุณอยู่ได้โดยไม่ตั้งใจ เพราะคนอื่นอาจแท็กรูปหรือโพสต์ถึงคุณโดยไม่ได้ถามก่อน

  • ไปที่ การตั้งค่า > โปรไฟล์และการแท็ก
  • ตั้งค่าสำคัญ เช่น
    • ใครสามารถโพสต์บนโปรไฟล์ของคุณได้ – แนะนำให้เป็น “เฉพาะฉัน” หรือ “เพื่อน”
    • คุณต้องการตรวจสอบโพสต์ที่คุณถูกแท็กก่อนแสดงบนโปรไฟล์หรือไม่ – แนะนำให้เปิด “เปิดใช้งาน”
    • ใครเห็นโพสต์ที่คุณถูกแท็กได้บนโปรไฟล์ – ปรับเป็น “เพื่อน” หรือ “เฉพาะฉัน” หากต้องการความเป็นส่วนตัวสูง

ป้องกันการถูกค้นเจอง่ายเกินไป และลดการเชื่อมต่อข้ามแพลตฟอร์ม


จัดการวิธีที่คนอื่นค้นหาคุณได้บน Facebook

การ ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว Facebook ไม่ได้มีแค่เรื่องโพสต์ แต่ยังรวมถึงการค้นหาโปรไฟล์ของคุณจากข้อมูลอื่นๆ ด้วย เช่น เบอร์โทรหรืออีเมล

  • ไปที่ การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัว > วิธีที่ผู้อื่นค้นหาและติดต่อคุณ
  • กำหนดค่า:
    • ใครบ้างที่สามารถส่งคำขอเป็นเพื่อนได้ – เลือก “เพื่อนของเพื่อน” หากต้องการลดคำขอจากคนแปลกหน้า
    • ใครบ้างที่สามารถค้นหาคุณได้จากที่อยู่อีเมลที่คุณให้ไว้ – แนะนำ “เพื่อน” หรือ “เฉพาะฉัน”
    • ใครบ้างที่สามารถค้นหาคุณได้จากหมายเลขโทรศัพท์ที่คุณให้ไว้ – แนะนำอย่างน้อย “เพื่อน” ไม่ควรตั้งเป็น “ทุกคน”
    • คุณต้องการให้เครื่องมือค้นหาจากภายนอกเชื่อมโยงไปยังโปรไฟล์ของคุณหรือไม่ – แนะนำให้ปิด เพื่อไม่ให้โปรไฟล์ขึ้นในผลการค้นหา Google หรือเสิร์ชเอนจินอื่น

จัดการการเข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Facebook (Login with Facebook)

การใช้ Facebook เพื่อเข้าสู่ระบบแอปหรือเว็บไซต์อื่น ทำให้ข้อมูลบางส่วนของคุณถูกแชร์ออกไป หากไม่ได้ตรวจสอบเป็นระยะ อาจมีแอปที่ไม่ได้ใช้งานแล้วแต่ยังเข้าถึงข้อมูลของคุณอยู่

  • ไปที่ การตั้งค่า > แอปและเว็บไซต์
  • ตรวจสอบรายชื่อแอป/เว็บไซต์ที่เชื่อมต่อกับบัญชีของคุณ
  • สำหรับแอปที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ให้เลือก “นำออก” หรือ “ถอนการเข้าถึง”
  • สำหรับแอปที่ยังใช้ต่อ ให้ตรวจว่าข้อมูลที่แชร์ (เช่น อีเมล รายชื่อเพื่อน วันเกิด) จำเป็นแค่ไหน

การเชื่อมต่อบัญชีมากเกินไปเพิ่มความสะดวกในระยะสั้น แต่ก็เพิ่มจุดเสี่ยงที่ข้อมูลอาจรั่วไหลจากระบบภายนอกที่คุณควบคุมไม่ได้


เสริมเกราะป้องกันบัญชี: ความปลอดภัยควบคู่ความเป็นส่วนตัว


เปิดใช้การยืนยันตัวตนสองชั้น (Two-Factor Authentication)

แม้จะตั้งค่าความเป็นส่วนตัวดีเพียงใด แต่หากรหัสผ่านถูกแฮกหรือหลุด บัญชีของคุณก็ยังเสี่ยงต่อการถูกยึดครอง การเปิดยืนยันตัวตนสองชั้น (2FA) จึงเป็นขั้นตอนที่ควรทำควบคู่เสมอ

  • ไปที่ การตั้งค่า > การรักษาความปลอดภัยและการเข้าสู่ระบบ
  • เลือกหัวข้อ “ใช้การยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน”
  • เลือกรูปแบบที่เหมาะสม เช่น
    • รหัสจากแอปยืนยันตัวตน (เช่น Google Authenticator, Microsoft Authenticator)
    • รหัสผ่าน SMS (ควรใช้เมื่อไม่มีตัวเลือกแอป)

ตรวจสอบอุปกรณ์และเซสชันที่กำลังใช้งาน

ควรตรวจสอบเป็นระยะว่ามีอุปกรณ์หรือสถานที่ที่ไม่รู้จักล็อกอินบัญชีของคุณอยู่หรือไม่

  • เข้าไปที่ การตั้งค่า > การรักษาความปลอดภัยและการเข้าสู่ระบบ
  • ดูส่วน “คุณเข้าสู่ระบบอยู่ที่ใด”
  • หากพบอุปกรณ์หรือสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ให้เลือก “ออกจากระบบ” และเปลี่ยนรหัสผ่านทันที

จัดการรายชื่อเพื่อนและการแบ่งกลุ่ม เพื่อควบคุมความเป็นส่วนตัวขั้นละเอียด


ใช้ “รายการเพื่อน” (Friend Lists) เพื่อปรับระดับการมองเห็น

สำหรับผู้ที่ใช้ Facebook ทั้งเพื่อการส่วนตัวและธุรกิจ การแบ่งกลุ่มเพื่อนช่วยให้ควบคุมการมองเห็นได้ละเอียดขึ้น เช่น แยกระหว่างครอบครัว เพื่อนร่วมงาน ลูกค้า หรือผู้ติดตามทั่วไป

  • ไปที่หน้า “เพื่อน” บนโปรไฟล์ของคุณ
  • สร้าง “รายการเพื่อนแบบกำหนดเอง” เช่น “ครอบครัว”, “ลูกค้า VIP”, “เพื่อนสนิท”
  • เมื่อโพสต์ เลือกผู้ชมแบบ “กำหนดเอง” และเลือกเฉพาะรายการเพื่อนที่คุณต้องการให้เห็นโพสต์นั้น

พิจารณาการอนุมัติคำขอเพื่อนอย่างมีสติ

  • หลีกเลี่ยงการรับเพื่อนจากบัญชีที่ไม่มีรูปโปรไฟล์ชัดเจน ไม่มีข้อมูล หรือเพิ่งสมัครใหม่
  • หากต้องการสื่อสารในเชิงธุรกิจ แยกไปใช้เพจหรือโปรไฟล์สำหรับงานจะเหมาะสมกว่าเปิดโปรไฟล์ส่วนตัวแบบกว้าง
  • ทบทวนรายชื่อเพื่อนเป็นระยะ และลบหรือจำกัดการมองเห็นจากเพื่อนที่ไม่จำเป็นต้องแชร์ข้อมูลส่วนตัวด้วย

การจัดการ “ใครคือเพื่อนในเฟซบุ๊ก” คือด่านแรกของการรักษาความเป็นส่วนตัวที่หลายคนมองข้าม เพราะยิ่งมีคนเข้าถึงโพสต์ส่วนตัวมาก ความเสี่ยงต่อการเผยแพร่ต่อก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตาม


เทคนิคเสริม: พฤติกรรมการใช้งานที่ช่วยลดความเสี่ยงข้อมูลหลุด


ระวังการแชร์ข้อมูลอ่อนไหวในโพสต์และรูปภาพ

  • หลีกเลี่ยงการโพสต์เอกสารที่มีข้อมูลส่วนตัว เช่น บัตรประชาชน บัตรเครดิต ตั๋วเครื่องบิน แบบเต็มตัวโดยไม่ปิดข้อมูลสำคัญ
  • ระมัดระวังการแชร์ตำแหน่งแบบเรียลไทม์ โดยเฉพาะเมื่อคุณอยู่คนเดียว หรืออยู่ที่บ้าน/ที่ทำงานประจำ
  • ทบทวนรูปภาพว่ามีข้อมูลสำคัญติดอยู่ในฉากหลังหรือไม่ เช่น ป้ายที่อยู่ เอกสารบนโต๊ะ หน้าจอคอมพิวเตอร์

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของสตอรี่ (Facebook Stories)

  • ก่อนโพสต์สตอรี่ ให้ตรวจสอบผู้ชมทุกครั้ง (Friends, Custom เป็นต้น)
  • หากเป็นสตอรี่ที่เกี่ยวกับครอบครัวหรือเด็ก แนะนำใช้ “เพื่อนสนิท” หรือรายการเพื่อนเฉพาะกลุ่ม

หมั่นทบทวนการตั้งค่าทุก 3–6 เดือน

  • แพลตฟอร์มมีการอัปเดตอยู่เสมอ เงื่อนไขใหม่หรือฟีเจอร์ใหม่อาจส่งผลต่อความเป็นส่วนตัว
  • จัดเป็นกิจวาร “ตรวจสุขภาพดิจิทัล” เช่น ตรวจสอบการตั้งค่า Facebook, อีเมล, แอปสนทนา และบัญชีสำคัญอื่นๆ อย่างน้อยปีละ 2–3 ครั้ง

📌 สรุปประเด็นสำคัญที่นำไปใช้ได้ทันที


  • เริ่มจากใช้ฟีเจอร์ “Privacy Checkup” และ “ดูในมุมมองของ…” เพื่อสำรวจว่าโปรไฟล์ของคุณถูกมองเห็นอย่างไร
  • ปรับการ ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว Facebook สำหรับโพสต์ในอนาคตให้เหมาะสม และใช้ฟังก์ชัน “จำกัดโพสต์เก่า” หากเคยเปิดโพสต์สาธารณะไว้มาก
  • ตั้งค่าการแท็ก โปรไฟล์ และไทม์ไลน์ให้คุณเป็นผู้อนุมัติก่อนเสมอ เมื่อมีคนแท็กคุณหรือโพสต์ลงบนโปรไฟล์ของคุณ
  • จำกัดการค้นหาจากเบอร์โทร อีเมล และปิดการเชื่อมต่อกับเครื่องมือค้นหาภายนอก หากไม่ต้องการให้โปรไฟล์ค้นหาเจอง่ายเกินไป
  • ตรวจสอบแอปและเว็บไซต์ที่ล็อกอินด้วย Facebook เป็นระยะ และลบการเชื่อมต่อที่ไม่จำเป็น
  • เสริมความปลอดภัยด้วยการเปิดยืนยันตัวตนสองชั้น และตรวจสอบอุปกรณ์ที่เข้าสู่ระบบเป็นประจำ
  • ใช้รายการเพื่อน (Friend Lists) เพื่อแบ่งกลุ่มผู้ชม และยอมรับคำขอเป็นเพื่อนอย่างมีสติ
  • ระมัดระวังการแชร์ข้อมูลอ่อนไหว ทั้งในโพสต์ ภาพถ่าย สตอรี่ และตำแหน่งที่ตั้ง

หากดูแลและทบทวนการตั้งค่าเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ บัญชี Facebook ของคุณจะปลอดภัยขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และช่วยให้การใช้งานในชีวิตประจำวันเป็นไปอย่างสบายใจมากขึ้น

หวังว่าแนวทางเหล่านี้จะช่วยให้คุณจัดการความเป็นส่วนตัวบน Facebook ได้มั่นใจยิ่งขึ้น หากพบว่าเนื้อหานี้เป็นประโยชน์ ขอเชิญบันทึกเก็บไว้ ส่งต่อให้คนใกล้ชิด และกลับมาติดตามบทความความรู้ด้านความปลอดภัยดิจิทัลและการใช้งานออนไลน์อย่างมั่นใจได้อีกในครั้งถัดไปอย่างยินดีค่ะ

ติดตามข่าวสารและบทความดีๆจากเราได้ทุกวัน
Shop SDesign Web Hosting & Web Design

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

coverblog 7

ลบด่วน! 5 ประเภทแอปพลิเคชันอันตรายเสี่ยงโดนขโมยข้อมูลในมือถือ

ลบด่วน! 5 ประเภทแอปพลิเคชันอันตรายเสี่ยงโดนขโมยข้อมูลในมือถือ สมาร์ตโฟนในมือมีข้อมูลสำคัญมากกว่าที่หลายคนคาดคิด ทั้งรหัสผ่าน ข้อมูลบัญชีธนาคาร รูปถ่ายส่วนตัว ไปจนถึงเอกสารงานสำคัญ การติดตั้งเพียงหนึ่งแอปที่เป็น แอปพลิเคชันอันตราย อาจเปิดช่องให้ผู้ไม่

coverblog 6

วิธีเช็กว่าอีเมลและรหัสผ่านของเรา หลุดไปอยู่ในมือแฮกเกอร์หรือยัง?

วิธีเช็กว่าอีเมลและรหัสผ่านของเรา หลุดไปอยู่ในมือแฮกเกอร์หรือยัง? ข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญที่สุดอย่างอีเมลและรหัสผ่าน หากรั่วไหลออกไปเพียงครั้งเดียว อาจถูกนำไปใช้ล็อกอินบัญชีออนไลน์ สวมรอยตัวตน หรือขโมยข้อมูลทางการเงินได้อย่างเงียบๆ การรู้วิธี ตรวจสอบอี

coverblog 5

เตือนภัยแอปดูดเงิน! รู้เท่าทันกลโกง มุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์

เตือนภัยแอปดูดเงิน! รู้เท่าทันกลโกง มุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ กรณีเงินหายจากบัญชีแบบไม่รู้ตัว กลายเป็นข่าวให้เห็นแทบทุกวัน โดยเฉพาะจากการติดตั้งแอปพลิเคชันที่แฝงตัวมาในรูปแบบปกติทั่วไป จนหลายคนเริ่มคุ้นกับคำว่า “แอปดูดเงิน” โดยไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเบื้อง

Logo shopsdesign

บริการออนไลน์ครบวงจรจาก Shop SDesign

  • รับทำเว็บไซต์ WordPress: ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ที่ตอบโจทย์ธุรกิจ รองรับการแสดงผลทุกหน้าจอ (Responsive) และเน้นการใช้งานที่ง่ายสำหรับเจ้าของธุรกิจ

  • บริการ SEO & Google Ads: ผลักดันเว็บไซต์ของคุณให้ติดหน้าแรก Google ด้วยกลยุทธ์สายขาว เพิ่มจำนวนผู้เข้าชมและสร้างโอกาสในการขายอย่างยั่งยืน

  • Web Hosting & Cloud: บริการโฮสติ้งความเร็วสูง เสถียร และปลอดภัย พร้อมดูแลโดยทีมงานมืออาชีพตลอด 24 ชั่วโมง

  • Domain & SSL Certificate: จดชื่อโดเมนเนมที่ต้องการ พร้อมติดตั้งระบบความปลอดภัย SSL (กุญแจเขียว) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าและส่งผลดีต่อ SEO

บริการ เว็บโฮสติ้งคุณภาพ

บริการ เว็บโฮสติ้ง คุณภาพ

พร้อมบริการเสริมอีกมากมาย ดูแลซัพพอร์ทตลอด 24 ชม” บริการ เว็บโฮสต์ติ้ง  เพื่อให้ผู้ใช้บริการนำไปเพื่อสร้างเว็บไซต์ และนำเอกสารไฟล์รูปภาพรวมถึงไฟล์มีเดียต่างๆ ขึ้นมาไว้บน Server เพื่อให้สามารออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

พร้อมด้วยระบบรักษาความปลอดภัย Imunify360
และระบบ Control Panel  Plesk

Plesk

Control Panel

ระบบจัดการโฮสติ้ง - Plesk

Imunify360

ระบบรักษาความปลอดภัย Server

บริการ Web Hosting รับทำเว็บไซต์ wordpress