You dont have javascript enabled! Please enable it!

S-Design News
แหล่งรวมความรู้ บทความ ข่าวสาร

แหล่งรวมคลังความรู้รอบตัว บทความ ข่าวสารและเทคโนโลยี จาก S-Design News เนื้อหาบทความข่าวสารและแหล่งความรู้ต่างๆ รวบรวมเรียบเรียงโดยระบบ AI อัจฉริยะ
เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล และเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกท่าน เพื่อเป็นองค์ความรู้และสนับสนุนให้คนรักการอ่าน พร้อมแบ่งปันประสบการณ์การอยู่ร่วมกัน
ของมนุษย์ กับ AI อย่างสงบสุขพึ่งพากันและกัน หากเนื้อหาและข้อมูลส่วนใดของบทความข่าวสาร และแหล่งความรู้ต่างๆที่ AI รวบรวมและเรียบเรียงมา มีข้อผิดพลาดประการใด
ทาง S-Design News ต้องกราบขออภัยล่วงหน้ามา ณ ที่นี้ ด้วยครับ ทางเรายินดีรับฟังความคิดเห็น คำติชม คำตักเตือน เพื่อนำมาปรับใช้และแก้ไขในการวางระบบ AI ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
แหล่งรวมความรู้ บทความ ข่าวสาร S-Design News อยู่ภายใต้การบริหารจัดการดูแลระบบและควบคุมการวางคำสั่งรันระบบ AI อัจฉริยะ
โดย : Shop SDesign ผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้ง รับทำเว็บไซต์ และโซลูชั่นออนไลน์ครบวงจ (นโยบายความเป็นส่วนตัว)

วิธีตั้งค่า Firewall บน Cloud Server ให้รัดกุมที่สุด

coverblog 169
Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest

วิธีตั้งค่า Firewall บน Cloud Server ให้รัดกุมที่สุด


บทนำ: ทำไมการตั้งค่า Cloud Firewall จึงสำคัญกับทุกองค์กร

การใช้งาน Cloud Server เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ธุรกิจ ระบบภายในองค์กร หรือแอปพลิเคชันออนไลน์ ความปลอดภัยของระบบจึงกลายเป็นหัวใจสำคัญที่ไม่อาจละเลยได้เลย และหนึ่งในเครื่องมือที่มีบทบาทสำคัญมากที่สุด คือ Cloud Firewall ซึ่งเป็นด่านแรกที่ช่วยป้องกันการโจมตีจากภายนอก ลดความเสี่ยงจากการถูกบุกรุก และควบคุมการเข้าออกของทราฟฟิกเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทความนี้จะเป็น “คลังความรู้” ที่พาผู้อ่านทำความเข้าใจการตั้งค่า Firewall บน Cloud Server แบบเป็นขั้นตอน ตั้งแต่แนวคิดพื้นฐาน รูปแบบการป้องกัน ไปจนถึงตัวอย่าง Policy ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง เพื่อให้ระบบของคุณมีความปลอดภัยรัดกุมยิ่งขึ้น โดยยังคงความยืดหยุ่นต่อการใช้งานในเชิงธุรกิจ

ประเด็นสำคัญ: การตั้งค่า Cloud Firewall ที่ดี ไม่ได้มีเพียงการ “เปิด” หรือ “ปิด” พอร์ทเท่านั้น แต่คือการออกแบบนโยบายความปลอดภัยให้เหมาะสมกับลักษณะงานและความเสี่ยงของแต่ละระบบ


ทำความเข้าใจ Cloud Firewall และบทบาทบน Cloud Server

Cloud Firewall คืออะไร

Cloud Firewall คือระบบ Firewall ที่ทำงานบนโครงสร้าง Cloud Infrastructure แทนที่จะเป็นอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์แบบเดิม ช่วยควบคุมการเข้าออกของทราฟฟิกเครือข่าย (Network Traffic) จากภายนอกสู่ Cloud Server และระหว่างเซิร์ฟเวอร์ด้วยกัน โดยใช้กฎ (Rules) และนโยบาย (Policies) ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า

ประเภทของ Firewall ที่ควรรู้ก่อนตั้งค่า

เพื่อออกแบบการตั้งค่าได้รัดกุม ควรเข้าใจประเภทของ Firewall หลักๆ ดังนี้

  • Network Firewall – ทำงานที่ระดับเครือข่าย ควบคุมทราฟฟิกตาม IP, Port, Protocol
  • Host-based Firewall – Firewall ภายในตัวเซิร์ฟเวอร์ เช่น iptables, firewalld, UFW ทำงานป้องกันระดับเครื่อง (OS)
  • Application Firewall / WAF – ป้องกันระดับแอปพลิเคชัน เช่น ป้องกัน SQL Injection, XSS สำหรับเว็บแอป

บน Cloud Server มักจะใช้ Firewall อย่างน้อย 2 ชั้น คือ Cloud Firewall ของผู้ให้บริการ ร่วมกับ Firewall บน OS ของเซิร์ฟเวอร์เอง เพื่อเพิ่มความแน่นหนาแบบ Defense in Depth

การออกแบบ Firewall ที่ดีมักจะใช้แนวคิด “หลายชั้น” คือใช้ Cloud Firewall เป็นด่านนอก และใช้ Host-based Firewall เป็นด่านใน


หลักคิดก่อนลงมือ: ออกแบบ Policy ของ Cloud Firewall ให้รัดกุม

แนวคิด Default Deny vs Default Allow

หลักการพื้นฐานในการตั้งค่า Firewall คือการกำหนดค่าเริ่มต้น (Default Policy) ว่า ถ้าไม่มี Rule ใดตรงเลย จะ “อนุญาต” (Allow) หรือ “ปฏิเสธ” (Deny) ทราฟฟิกนั้น

  • Default Allow – อนุญาตทุกอย่าง ยกเว้นที่ระบุให้บล็อก
  • Default Deny – บล็อกทุกอย่าง ยกเว้นที่ระบุให้อนุญาต

หากต้องการความรัดกุมสูง แนะนำแนวคิด Default Deny คือบล็อกทั้งหมดแล้วค่อย Allow เฉพาะ ที่จำเป็นเท่านั้น เช่น พอร์ทเว็บ, ฐานข้อมูลที่จำเป็น และ IP ที่ใช้บริหารจัดการจริงๆ

หลักการ Least Privilege ในการเปิดบริการ

หลักการ Least Privilege คือ “เปิดให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็นต่อการทำงาน” เช่น

  • หากเว็บเป็น HTTPS เท่านั้น ให้ปิด HTTP (Port 80) แล้วบังคับ Redirect ผ่าน Reverse Proxy หรือ Load Balancer
  • ฐานข้อมูล (MySQL, PostgreSQL) ไม่ควรเปิดสู่ภายนอก ให้จำกัดเฉพาะ Private Network หรือ IP ของแอปพลิเคชันเท่านั้น
  • พอร์ท SSH (22) ควรถูกจำกัดเฉพาะ IP ของผู้ดูแลระบบ ไม่ใช่เปิดได้จากทุกที่

ขั้นตอนตั้งค่า Cloud Firewall บน Cloud Server ให้ปลอดภัยเป็นระบบ

1) สำรวจบริการและทราฟฟิกที่จำเป็นต้องเปิดจริงๆ

เริ่มต้นจากการสำรวจให้ชัดเจนว่า Cloud Server ของคุณ “ให้บริการอะไร” และ “ใครต้องเข้าใช้จากที่ไหน” เพื่อไม่เปิดพอร์ทเกินจำเป็น

ตัวอย่างคำถามที่ควรถามตัวเอง

  • เซิร์ฟเวอร์นี้ใช้ทำอะไรหลักๆ (เว็บ, API, ระบบหลังบ้าน, VPN ฯลฯ)
  • ผู้ใช้งานเข้าจากอินเทอร์เน็ตทั่วไป หรือผ่าน Private Network เท่านั้น
  • ผู้ดูแลระบบจะเข้าจัดการผ่าน SSH / RDP จากที่ใดบ้าง (Office, บ้าน, VPN)
  • มีระบบอื่นใน Cloud เดียวกันที่ต้องเชื่อมด้วยกันหรือไม่

ยิ่งระบุขอบเขตการใช้งานได้ชัดเจน การตั้งค่า Cloud Firewall จะยิ่งรัดกุมและบริหารจัดการได้ง่าย

2) กำหนดรายการ Port ที่อนุญาต (Allow List)

เมื่อรู้ว่างานหลักคืออะไร ให้จัดรายการ Port ที่ต้องเปิด เช่น

  • 80 / 443 – HTTP / HTTPS สำหรับเว็บไซต์หรือ API
  • 22 – SSH สำหรับ Linux Server
  • 3389 – RDP สำหรับ Windows Server
  • 3306 – MySQL (ควรจำกัดให้เชื่อมได้เฉพาะ IP หรือ Private Network)
  • 5432 – PostgreSQL (ควบคุมแบบเดียวกับฐานข้อมูลอื่น)
  • พอร์ทเฉพาะของแอปพลิเคชัน เช่น 8080, 3000, 5000 ฯลฯ

หลังจากนั้น ใช้แนวทาง “เปิดเท่าที่จำเป็น” หากมีพอร์ทใดไม่รู้จักหรือไม่แน่ใจ ให้ปิดไว้ก่อน แล้วค่อยทดสอบการใช้งานภายหลัง

3) ตั้งค่ากฎพื้นฐานบน Cloud Firewall

บนหน้า Dashboard ของผู้ให้บริการ Cloud Server มักมีเมนูให้ตั้งค่า Cloud Firewall ในรูปแบบ Rule-Based เช่น

  • Direction: Inbound / Outbound
  • Action: Allow / Deny
  • Protocol: TCP / UDP / ICMP
  • Port: หมายเลขพอร์ทหรือช่วงพอร์ท
  • Source / Destination: IP, Subnet, หรือ Anywhere

ตัวอย่างการตั้งค่า Inbound Rule แบบรัดกุม

  • Allow – TCP 443 จาก Anywhere (0.0.0.0/0) สำหรับ HTTPS
  • Allow – TCP 80 จาก Anywhere (ถ้าจำเป็นต้องรองรับ HTTP)
  • Allow – TCP 22 จาก เฉพาะ IP ของผู้ดูแลระบบ หรือ IP ของ VPN Gateway
  • Allow – TCP 3306 จาก Private Network หรือ IP ของ App Server เท่านั้น
  • Deny (Default) – สำหรับทราฟฟิกอื่นทั้งหมดที่ไม่ตรงกับ Rule ด้านบน

การตั้งค่า Outbound Rule (มักถูกมองข้าม)

หลายระบบตั้งค่าเปิด Outbound ทั้งหมดโดยไม่จำกัด ทำให้หากถูกโจมตีสำเร็จ เซิร์ฟเวอร์ของคุณอาจถูกนำไปใช้เป็นจุดยิงโจมตีระบบอื่นได้ การตั้งค่าอย่างรัดกุมอาจทำดังนี้

  • อนุญาตเฉพาะพอร์ทที่ต้องออกอินเทอร์เน็ต เช่น 80/443 สำหรับอัปเดตแพ็กเกจ
  • จำกัดการออกไปยังพอร์ทฐานข้อมูลภายนอกเฉพาะ IP ปลายทางที่ระบุ
  • ปิดพอร์ทที่ไม่จำเป็น เช่น 25 (SMTP) หากเซิร์ฟเวอร์ไม่จำเป็นต้องส่งเมลโดยตรง

เทคนิคเสริมเพิ่มความรัดกุมให้ Cloud Firewall

การจำกัดการเข้าถึง SSH / RDP อย่างปลอดภัย

  • ใช้ Allow เฉพาะ IP – ระบุ IP หรือ Subnet ของสำนักงาน หรือ VPN
  • เปลี่ยนพอร์ทเริ่มต้น – เปลี่ยนจาก 22 ไปเป็นพอร์ทอื่นเพื่อลดการสแกนสุ่ม แต่ต้องไม่พึ่งเทคนิคนี้เพียงอย่างเดียว
  • ผสมผสานกับ Fail2Ban หรือ IDS/IPS – ตั้งระบบตรวจจับการพยายามล็อกอินหลายครั้งแล้วบล็อก IP อัตโนมัติ

ใช้ Security Group / Tag แทนการตั้งค่าแบบรายเครื่อง

ผู้ให้บริการ Cloud หลายรายมีฟีเจอร์คล้าย Security Group หรือการผูก Firewall ตาม Tag ทำให้สามารถตั้งค่า Cloud Firewall ครั้งเดียว แล้วนำไปใช้กับเซิร์ฟเวอร์หลายเครื่องที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันได้ เช่น

  • Security Group: web-servers – เปิด 80/443 จาก Anywhere
  • Security Group: db-servers – เปิด 3306 จาก web-servers เท่านั้น
  • Security Group: admin-access – เปิด 22/3389 จาก IP ผู้ดูแลระบบเท่านั้น

แบ่ง Zone ของระบบ (Segmentation) ด้วย Firewall

เพื่อความปลอดภัยที่สูงขึ้น สามารถแบ่งระบบออกเป็นโซน เช่น

  • Public Zone – Web Server, API ที่ต้องเข้าถึงจากภายนอก
  • Private Zone – App Server, DB Server ที่ไม่เปิดสู่สาธารณะ
  • Management Zone – ระบบสำหรับ Admin โดยเฉพาะ

จากนั้นใช้ Cloud Firewall ควบคุมให้แต่ละโซนสื่อสารกันได้เท่าที่จำเป็น เช่น Web เข้าถึง DB ได้ แต่อินเทอร์เน็ตภายนอกเข้าถึง DB โดยตรงไม่ได้

การแบ่ง Zone และควบคุมด้วย Cloud Firewall ช่วยลดผลกระทบหากมีเซิร์ฟเวอร์ใดในระบบถูกยึดครอง เพราะผู้โจมตีจะเคลื่อนย้ายไปส่วนอื่นได้ยากขึ้น


ผสาน Cloud Firewall กับ Firewall ภายในเครื่อง (Host-based Firewall)

เหตุผลที่ไม่ควรพึ่ง Cloud Firewall เพียงอย่างเดียว

แม้ Cloud Firewall จะเป็นด่านแรกที่สำคัญ แต่การใช้ Firewall ภายใน OS ร่วมด้วย จะช่วยเพิ่มชั้นการป้องกัน เช่น ปิดพอร์ทภายในเครื่อง แม้พอร์ทนั้นจะถูกเปิดผิดพลาดบน Cloud Firewall ก็ตาม

แนวทางตั้งค่า Firewall ภายในเครื่อง (เช่น UFW / firewalld)

  • ตั้ง Default Policy เป็น Deny ทั้ง Inbound
  • Allow เฉพาะบริการที่จำเป็น เช่น 22, 80, 443 ตามบทบาทของเครื่อง
  • ใช้ Subnet หรือ IP เฉพาะสำหรับฐานข้อมูลหรือบริการภายใน

เมื่อรวมกันแล้ว จะกลายเป็นการสร้างระบบป้องกันสองชั้น หากชั้นใดชั้นหนึ่งผิดพลาด อีกชั้นจะยังคงช่วยกรองความเสี่ยงได้


การตรวจสอบและบำรุงรักษา Cloud Firewall อย่างต่อเนื่อง

ตรวจสอบ Log การเชื่อมต่อ

ควรเปิดใช้และตรวจสอบ Log อย่างสม่ำเสมอ เช่น

  • บันทึก IP ที่พยายามเชื่อมต่อพอร์ทสำคัญบ่อยผิดปกติ (เช่น SSH)
  • ตรวจสอบความพยายามเชื่อมต่อพอร์ทที่ไม่ควรมีใครใช้
  • จับตาจำนวน Connection ที่ผิดปกติในระยะเวลาสั้นๆ

ทบทวนกฎ Firewall เป็นระยะ

เมื่อระบบเติบโต การตั้งค่าที่เคยจำเป็นอาจกลายเป็นช่องโหว่ เช่น พอร์ทที่เปิดทิ้งไว้เพื่อ “ทดสอบชั่วคราว” แต่ลืมปิดในภายหลัง จึงควรกำหนดรอบการทบทวน เช่น ทุก 3 หรือ 6 เดือน

  • ลบกฎที่ไม่จำเป็นแล้ว
  • ตรวจสอบว่า IP ที่ Allow ยังใช้งานจริงอยู่หรือไม่
  • ปรับปรุงตามโครงสร้างระบบที่เปลี่ยนแปลง

ทดสอบการทำงานหลังปรับ Firewall ทุกครั้ง

หลังปรับ Rule ของ Cloud Firewall ควรทดสอบทันที เช่น

  • ใช้เครื่องภายนอกทดสอบเข้าหน้าเว็บ, SSH, API
  • ใช้คำสั่งอย่างเช่น telnet, nc, หรือเครื่องมือ Security Scan ตรวจสอบพอร์ท
  • ทดสอบจากหลายเครือข่าย (เช่น มือถือ 4G, เน็ตบ้าน, เน็ตออฟฟิศ) ถ้าจำเป็น

แนวทางปฏิบัติที่แนะนำ (Best Practices) สำหรับการตั้งค่า Cloud Firewall

สรุปแนวทางสำคัญที่ควรยึดถือ

  • ใช้แนวคิด Default Deny – บล็อกก่อน อนุญาตเฉพาะที่จำเป็น
  • เปิดพอร์ทตามหลัก Least Privilege – เปิดให้น้อยที่สุดเท่าที่ระบบยังทำงานได้
  • จำกัดการเข้าถึง SSH / RDP ด้วย IP, VPN, หรือ Bastion Host
  • ไม่เปิดฐานข้อมูลสู่สาธารณะหากไม่จำเป็น และควบคุมด้วย IP / Private Network
  • ใช้ Cloud Firewall ร่วมกับ Host-based Firewall เพื่อสร้างความปลอดภัยหลายชั้น
  • ตรวจสอบ Log และทบทวนกฎ Firewall เป็นประจำ
  • บันทึกเอกสารการตั้งค่าทุกครั้ง เพื่อให้ทีมงานคนอื่นเข้าใจและดูแลต่อได้

การรักษาความปลอดภัยของ Cloud Server ไม่ได้จบแค่การ “ตั้งค่าให้เสร็จครั้งเดียว” แต่คือการดูแล ปรับปรุง และตรวจสอบอย่างต่อเนื่องโดยใช้ Cloud Firewall เป็นหนึ่งในเครื่องมือหลัก


สรุปท้ายบทความ

การตั้งค่า Firewall บน Cloud Server ให้รัดกุมที่สุด ไม่ได้ซับซ้อนเกินความเข้าใจ หากเริ่มจากการวิเคราะห์ระบบให้ชัดเจน กำหนดนโยบายที่เหมาะสม แล้วค่อยลงมือสร้างกฎอย่างมีเหตุผล พร้อมทั้งทดสอบและปรับปรุงอยู่เสมอ การใช้ Cloud Firewall ร่วมกับมาตรการอื่น เช่น การอัปเดตแพตช์ ระบบสำรองข้อมูล และการจัดการสิทธิ์ผู้ใช้ จะช่วยให้โครงสร้างระบบของคุณมีความมั่นคงปลอดภัยและรองรับการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างมั่นใจ

📌 ประเด็นที่ผู้อ่านสามารถนำไปใช้ได้ทันที

  • สำรวจพอร์ทและบริการที่จำเป็นบน Cloud Server แล้วปิดทุกอย่างที่ไม่ได้ใช้
  • ตั้งค่า Cloud Firewall แบบ Default Deny สำหรับ Inbound แล้ว Allow เฉพาะ 80/443 และพอร์ทบริหารจัดการตาม IP ที่กำหนด
  • จำกัดการเข้าถึง SSH / RDP ด้วย IP หรือผ่าน VPN ก่อนเสมอ
  • ไม่เปิดฐานข้อมูลสู่สาธารณะ และใช้ Private Network เชื่อมต่อระหว่าง Web/App กับ DB
  • เปิดใช้ Firewall ภายในเครื่องร่วมกับ Cloud Firewall เพื่อเสริมความปลอดภัยสองชั้น
  • กำหนดรอบตรวจสอบ Log และทบทวน Rule เพื่อปิดช่องโหว่ที่อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงระบบ

หากบทความนี้ช่วยให้คุณเข้าใจการตั้งค่า Firewall บน Cloud Server ได้ชัดเจนมากขึ้น ขอเชิญกลับมาติดตามเนื้อหาเชิงลึกด้านความปลอดภัยและโครงสร้างระบบออนไลน์ในหัวข้ออื่นๆ ต่อไป และหากเห็นว่าข้อมูลเหล่านี้เป็นประโยชน์ โปรดแบ่งปันให้ผู้ร่วมงานหรือคนรอบตัวที่ดูแลระบบไอที เพื่อช่วยกันยกระดับความปลอดภัยของระบบบนคลาวด์ให้แข็งแรงยิ่งขึ้นอย่างยั่งยืนครับ

ติดตามข่าวสารและบทความดีๆจากเราได้ทุกวัน
Shop SDesign Web Hosting & Web Design

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

coverblog 74

ก้าวต่อไปของ Shop SDesign กับพันธกิจช่วยธุรกิจไทยไปสู่ระดับโลก

ก้าวต่อไปของ Shop SDesign กับพันธกิจช่วยธุรกิจไทยไปสู่ระดับโลก เมื่อธุรกิจไทยต้องแข่งขันในตลาดที่เปิดกว้างทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง การมี วิสัยทัศน์บริษัท ที่ชัดเจนและมีทิศทางจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์ไม่หยุดอยู่เพียงแค่การ “อยู่รอด” แต่ก้าวไ

coverblog 73

การสร้างสรรค์บทความด้วย AI แบบไม่เสียความเป็นตัวเอง (Human-AI Hybrid)

การสร้างสรรค์บทความด้วย AI แบบไม่เสียความเป็นตัวเอง (Human-AI Hybrid) การใช้ระบบช่วยเขียนเพื่อสร้าง AI Content กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญของนักเขียน นักการตลาด และเจ้าของธุรกิจออนไลน์ แต่สิ่งที่หลายคนกังวลคือ “ถ้าใช้ AI มากไป จะกลายเป็นบทความที่ขาด

การสร้างสรรค์บทความด้วย AI แบบไม่เสียความเป็นตัวเอง (Human-AI Hybrid)

การสร้างสรรค์บทความด้วย AI แบบไม่เสียความเป็นตัวเอง (Human-AI Hybrid) AI Content กลายเป็นเครื่องมือสำคัญของนักการตลาด คอนเทนต์ครีเอเตอร์ และธุรกิจที่ต้องผลิตเนื้อหาจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง แต่ความท้าทายคือจะใช้ AI อย่างไรให้ยังคง “ตัวตน” และเอกลักษณ์กา

Logo shopsdesign

บริการออนไลน์ครบวงจรจาก Shop SDesign

  • รับทำเว็บไซต์ WordPress: ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ที่ตอบโจทย์ธุรกิจ รองรับการแสดงผลทุกหน้าจอ (Responsive) และเน้นการใช้งานที่ง่ายสำหรับเจ้าของธุรกิจ

  • บริการ SEO & Google Ads: ผลักดันเว็บไซต์ของคุณให้ติดหน้าแรก Google ด้วยกลยุทธ์สายขาว เพิ่มจำนวนผู้เข้าชมและสร้างโอกาสในการขายอย่างยั่งยืน

  • Web Hosting & Cloud: บริการโฮสติ้งความเร็วสูง เสถียร และปลอดภัย พร้อมดูแลโดยทีมงานมืออาชีพตลอด 24 ชั่วโมง

  • Domain & SSL Certificate: จดชื่อโดเมนเนมที่ต้องการ พร้อมติดตั้งระบบความปลอดภัย SSL (กุญแจเขียว) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าและส่งผลดีต่อ SEO

บริการ เว็บโฮสติ้งคุณภาพ

บริการ เว็บโฮสติ้ง คุณภาพ

พร้อมบริการเสริมอีกมากมาย ดูแลซัพพอร์ทตลอด 24 ชม” บริการ เว็บโฮสต์ติ้ง  เพื่อให้ผู้ใช้บริการนำไปเพื่อสร้างเว็บไซต์ และนำเอกสารไฟล์รูปภาพรวมถึงไฟล์มีเดียต่างๆ ขึ้นมาไว้บน Server เพื่อให้สามารออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

พร้อมด้วยระบบรักษาความปลอดภัย Imunify360
และระบบ Control Panel  Plesk

Plesk

Control Panel

ระบบจัดการโฮสติ้ง - Plesk

Imunify360

ระบบรักษาความปลอดภัย Server

บริการ Web Hosting รับทำเว็บไซต์ wordpress