You dont have javascript enabled! Please enable it!

S-Design News
แหล่งรวมความรู้ บทความ ข่าวสาร

แหล่งรวมคลังความรู้รอบตัว บทความ ข่าวสารและเทคโนโลยี จาก S-Design News เนื้อหาบทความข่าวสารและแหล่งความรู้ต่างๆ รวบรวมเรียบเรียงโดยระบบ AI อัจฉริยะ
เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล และเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกท่าน เพื่อเป็นองค์ความรู้และสนับสนุนให้คนรักการอ่าน พร้อมแบ่งปันประสบการณ์การอยู่ร่วมกัน
ของมนุษย์ กับ AI อย่างสงบสุขพึ่งพากันและกัน หากเนื้อหาและข้อมูลส่วนใดของบทความข่าวสาร และแหล่งความรู้ต่างๆที่ AI รวบรวมและเรียบเรียงมา มีข้อผิดพลาดประการใด
ทาง S-Design News ต้องกราบขออภัยล่วงหน้ามา ณ ที่นี้ ด้วยครับ ทางเรายินดีรับฟังความคิดเห็น คำติชม คำตักเตือน เพื่อนำมาปรับใช้และแก้ไขในการวางระบบ AI ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
แหล่งรวมความรู้ บทความ ข่าวสาร S-Design News อยู่ภายใต้การบริหารจัดการดูแลระบบและควบคุมการวางคำสั่งรันระบบ AI อัจฉริยะ
โดย : Shop SDesign ผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้ง รับทำเว็บไซต์ และโซลูชั่นออนไลน์ครบวงจ (นโยบายความเป็นส่วนตัว)

วิธีตั้งค่าความปลอดภัย Google Drive ป้องกันข้อมูลบริษัทรั่วไหลสู่ภายนอก

coverblog 27
Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest

วิธีตั้งค่าความปลอดภัย Google Drive ป้องกันข้อมูลบริษัทรั่วไหลสู่ภายนอก

การใช้ Google Workspace และ Google Drive ในองค์กรช่วยให้ทำงานร่วมกันได้สะดวก แต่ถ้าตั้งค่าด้านความปลอดภัยไม่รัดกุม การแชร์ผิดคนหรือสิทธิ์เข้าถึงที่กว้างเกินไปอาจนำไปสู่การรั่วไหลของข้อมูลสำคัญได้ บทความนี้จะอธิบายขั้นตอนการตั้งค่า ความปลอดภัย Google Drive แบบเป็นระบบ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่ข้อมูลบริษัทรั่วไหลออกสู่ภายนอก และสามารถนำไปใช้งานจริงได้ทันที


ภาพรวมความเสี่ยงด้านข้อมูลบน Google Drive ที่องค์กรควรเข้าใจ

ก่อนลงมือปรับแต่งการตั้งค่า ควรเข้าใจรูปแบบความเสี่ยงหลักที่มักเกิดขึ้นกับการใช้งาน Google Drive ในองค์กร ดังนี้

  • การแชร์ไฟล์/โฟลเดอร์แบบ “ลิงก์สาธารณะ” โดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้ใครก็เข้าถึงได้
  • พนักงานดาวน์โหลดไฟล์ออกไปเก็บในอุปกรณ์ส่วนตัว โดยไม่มีการควบคุม
  • การให้สิทธิ์ “แก้ไข” กับผู้รับภายนอก ที่อาจทำให้ข้อมูลถูกลบหรือแก้ไข
  • พนักงานลาออกแต่ยังเข้าถึง Google Drive องค์กรเดิมได้ เพราะลืมระงับสิทธิ์
  • มัลแวร์หรือไฟล์อันตรายที่ถูกอัปโหลดขึ้น Google Drive และแชร์ต่อในองค์กร

การตั้งค่า ความปลอดภัย Google Drive ให้เหมาะสม จึงไม่ใช่แค่ปิดไม่ให้คนเข้าถึง แต่ต้องออกแบบสิทธิ์ให้ตรงกับลักษณะงาน ลดความเสี่ยง และยังคงความสะดวกในการทำงานร่วมกันภายในทีม


ตั้งค่าการแชร์ไฟล์และโฟลเดอร์ให้ปลอดภัยเป็นอันดับแรก

1. ปรับวิธีการแชร์จาก “ลิงก์สาธารณะ” เป็นแบบจำกัดผู้เข้าถึง

จุดเสี่ยงที่พบบ่อยที่สุดคือการแชร์ลิงก์โดยไม่จำกัดผู้เข้าถึง วิธีจัดการ:

  • คลิกขวาที่ไฟล์หรือโฟลเดอร์ใน Google Drive > เลือก “แชร์”
  • ดูที่ส่วน “เข้าถึงได้โดย” หากเป็น “ทุกคนที่มีลิงก์” ให้ปรับเป็น “จำกัด”
  • เพิ่มอีเมลผู้ที่ต้องการให้เข้าถึง และกำหนดระดับสิทธิ์เป็น “ผู้อ่าน / ผู้แสดงความคิดเห็น / ผู้แก้ไข” ตามความจำเป็น

การเปลี่ยนจากการแชร์แบบเปิดเป็นแบบกำหนดรายชื่อผู้ใช้ เป็นขั้นตอนพื้นฐานที่ช่วยยกระดับ ความปลอดภัย Google Drive ได้อย่างชัดเจน

2. กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงอย่างระมัดระวัง

ควรใช้หลักการ “ให้เท่าที่จำเป็น” (Least Privilege) ในการกำหนดสิทธิ์:

  • งานทั่วไปที่เป็นเอกสารอ้างอิง: ให้สิทธิ์ “ผู้อ่าน”
  • เอกสารที่ต้องมีการคอมเมนต์บ่อย: ให้สิทธิ์ “ผู้แสดงความคิดเห็น”
  • ไฟล์ที่ต้องทำงานร่วมกัน แก้ไขร่วมกัน: ให้สิทธิ์ “ผู้แก้ไข” เฉพาะทีมที่เกี่ยวข้องจริงๆ

หลีกเลี่ยงการให้สิทธิ์ “ผู้แก้ไข” กับบุคคลภายนอกบริษัท เว้นแต่จำเป็นจริง และควรกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดการเข้าถึง หรือถอนสิทธิ์ทันทีเมื่อโครงการจบ


ใช้ Shared Drive / ไดรฟ์ที่ใช้ร่วมกัน แทนการแชร์จากไดรฟ์ส่วนตัว

3. แยก “ข้อมูลองค์กร” ออกจาก “ข้อมูลส่วนตัว” ด้วย Shared Drive

สำหรับผู้ใช้งาน Google Workspace การใช้ Shared Drive (ไดรฟ์ที่ใช้ร่วมกัน) ช่วยควบคุม ความปลอดภัย Google Drive ได้ดีกว่าไดรฟ์ส่วนบุคคล เพราะ:

  • ไฟล์เป็นขององค์กร ไม่ผูกกับบัญชีส่วนบุคคลของพนักงาน
  • เมื่อพนักงานออกจากงาน สิทธิ์ใน Shared Drive ถูกจัดการได้จาก Admin
  • กำหนดสิทธิ์ตามทีม/แผนกได้ เช่น บัญชี, การตลาด, HR, IT

แนวทางที่ดีคือ สร้าง Shared Drive สำหรับแต่ละทีม และกำหนดให้เอกสารงานสำคัญทั้งหมดเก็บในนั้น ไม่เก็บใน “ไดรฟ์ของฉัน” ของพนักงาน

4. ตั้งค่าระดับการเข้าถึงใน Shared Drive อย่างเหมาะสม

ในแต่ละ Shared Drive สามารถกำหนดระดับสิทธิ์ได้หลายแบบ เช่น

  • ผู้จัดการ: จัดการสมาชิกและการตั้งค่าไดรฟ์
  • ผู้มีสิทธิ์จัดการคอนเทนต์: เพิ่ม/ลบไฟล์ โฟลเดอร์
  • ผู้แสดงความคิดเห็น: ดูและแสดงความคิดเห็นได้เท่านั้น
  • ผู้อ่าน: ดูไฟล์ได้อย่างเดียว

ควรมีผู้จัดการไดรฟ์ในแต่ละทีมที่เข้าใจนโยบายด้านความปลอดภัยขององค์กร และคอยตรวจสอบสิทธิ์อย่างสม่ำเสมอ


การตั้งค่าความปลอดภัย Google Drive เชิงลึกสำหรับผู้ดูแลระบบ (Admin)

5. จำกัดการแชร์ออกนอกองค์กรผ่าน Admin Console

หากคุณเป็นผู้ดูแลระบบ Google Workspace สามารถกำหนดนโยบายการแชร์ได้จาก Admin Console:

  • ไปที่ Admin Console > Apps > Google Workspace > Drive and Docs
  • กำหนด “การแชร์ภายนอกโดเมน” (External sharing) ให้สอดคล้องกับนโยบายองค์กร
  • ตัวอย่างแนวทาง:
    • องค์กรที่ต้องการความปลอดภัยสูง: อนุญาตแชร์เฉพาะภายในโดเมน
    • องค์กรที่ต้องทำงานกับคู่ค้า: อนุญาตแชร์ภายนอกเฉพาะโดเมนที่ระบุไว้ล่วงหน้า

การควบคุมจากระดับ Admin เป็นอีกชั้นหนึ่งที่ช่วยลดโอกาสที่พนักงานจะแชร์ข้อมูลผิดกลุ่มโดยไม่ตั้งใจ

6. เปิดใช้งาน Alert และ Log การใช้งานเพื่อตรวจสอบเหตุผิดปกติ

การเฝ้าระวัง (Monitoring) มีความสำคัญไม่แพ้การตั้งค่าเริ่มต้น:

  • ใช้ “Security Center” หรือ “Audit Log” (ในเวอร์ชันที่รองรับ) เพื่อตรวจสอบว่า:
    • มีไฟล์สำคัญถูกแชร์ออกภายนอกหรือไม่
    • บัญชีใดดาวน์โหลดไฟล์จำนวนมากผิดปกติ
  • ตั้ง “การแจ้งเตือน” (Alert) เมื่อมีเหตุการณ์เสี่ยง เช่น การแชร์ไฟล์ไปยังโดเมนภายนอกจำนวนมากในระยะเวลาอันสั้น

มาตรการเหล่านี้ช่วยให้องค์กรตอบสนองต่อเหตุผิดปกติได้เร็ว ก่อนที่ข้อมูลจะรั่วไหลออกไปเป็นวงกว้าง


เพิ่มชั้นความปลอดภัยด้วยการยืนยันตัวตนและการจัดการอุปกรณ์

7. เปิดการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (2-Step Verification)

แม้จะตั้งค่า ความปลอดภัย Google Drive ภายในดีเพียงใด แต่หากบัญชีผู้ใช้งานถูกขโมยรหัสผ่าน ข้อมูลก็ยังเสี่ยงอยู่ การเปิด 2-Step Verification ช่วยลดโอกาสที่บุคคลภายนอกจะเข้าสู่ระบบได้:

  • ให้ผู้ใช้เข้าไปที่บัญชี Google > ความปลอดภัย > การยืนยันแบบ 2 ขั้นตอน
  • เลือกใช้ SMS, แอปยืนยันตัวตน หรือ Security Key ตามนโยบายองค์กร
  • ในมุมมอง Admin สามารถบังคับใช้ 2-Step Verification กับบัญชีในองค์กรได้

8. ควบคุมการเข้าถึงจากอุปกรณ์ (Device Management)

ข้อมูลอาจรั่วไหลผ่านอุปกรณ์ที่สูญหาย หรืออุปกรณ์ส่วนตัวของพนักงาน การใช้ฟีเจอร์ Device Management ใน Google Workspace จะช่วยได้:

  • ลงทะเบียนอุปกรณ์ที่อนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลองค์กร
  • ตั้งค่าบังคับให้มีการล็อกหน้าจอ ใช้รหัสผ่านที่รัดกุม
  • ในกรณีอุปกรณ์หายหรือพนักงานลาออก สามารถสั่งลบข้อมูลองค์กรจากระยะไกลได้ (Remote Wipe)

จำกัดการดาวน์โหลด คัดลอก พิมพ์ และป้องกันการแพร่กระจายลิงก์ต่อ

9. ใช้ “การป้องกันผู้ดาวน์โหลด” บนไฟล์สำคัญ

สำหรับเอกสารที่เป็นความลับสูง สามารถจำกัดการดาวน์โหลด คัดลอก และพิมพ์ได้:

  • เปิดเอกสารใน Google Docs/Sheets/Slides
  • ไปที่ “แชร์” > “การตั้งค่าขั้นสูง” (หรือไอคอนรูปเฟือง)
  • ยกเลิกการอนุญาตให้ “ผู้แสดงความคิดเห็นและผู้อ่านสามารถดาวน์โหลด พิมพ์ และคัดลอกได้”

วิธีนี้ช่วยให้ข้อมูลยังอยู่บนระบบคลาวด์ ลดโอกาสที่ไฟล์จะถูกบันทึกออกไปกระจายต่อในช่องทางอื่น

10. ปิดการให้ผู้รับ “แชร์ต่อ” โดยไม่ได้รับอนุญาต

หากต้องการควบคุมไม่ให้คนที่เราแชร์ไฟล์ไปแล้วนำไปแชร์ต่อเอง:

  • ไปที่หน้าต่าง “แชร์” ของไฟล์/โฟลเดอร์
  • กดไอคอนรูปเฟือง
  • ยกเลิกการอนุญาตให้ “ผู้แก้ไขสามารถเปลี่ยนสิทธิ์และแชร์ต่อได้”

มาตรการนี้ทำให้ผู้ควบคุมสิทธิ์ยังคงเป็นเจ้าของไฟล์หรือผู้จัดการ Shared Drive เท่านั้น


วางนโยบายและให้ความรู้ผู้ใช้งาน ควบคู่ไปกับการตั้งค่าระบบ

11. สร้างแนวทาง (Policy) การใช้งาน Google Drive ภายในองค์กร

การป้องกันข้อมูลรั่วไหลจะมีประสิทธิภาพสูง เมื่อมีทั้งมาตรการด้านเทคนิคและมาตรการด้านพฤติกรรมผู้ใช้ ควรกำหนดแนวนโยบายใช้งานที่ชัดเจน เช่น

  • ห้ามใช้บัญชี Gmail ส่วนตัวเก็บหรือแชร์ข้อมูลบริษัท
  • ต้องเก็บไฟล์งานทั้งหมดใน Shared Drive ที่องค์กรกำหนด
  • การแชร์ข้อมูลให้บุคคลภายนอกต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้างานหรือผู้จัดการทีม
  • กำหนดระดับความลับของเอกสาร เช่น “ภายในเท่านั้น”, “ลับเฉพาะผู้บริหาร”

12. อบรมและสื่อสารผู้ใช้งานอย่างสม่ำเสมอ

ผู้ใช้คือด่านหน้าในการรักษา ความปลอดภัย Google Drive องค์กรควรจัด:

  • อบรมสั้นๆ เรื่อง “การแชร์ไฟล์อย่างปลอดภัย”
  • คู่มือหรืออินโฟกราฟิกสรุปขั้นตอนการตั้งค่าสิทธิ์
  • สื่อสารกรณีตัวอย่าง (Use Case) ที่เคยเกิดเหตุรั่วไหลในอุตสาหกรรม เพื่อให้เห็นความสำคัญ

ถ้าผู้ใช้เข้าใจว่าการคลิกแชร์ที่ผิดเพียงครั้งเดียวอาจทำให้ข้อมูลทั้งบริษัทตกไปอยู่ในมือคู่แข่ง การปฏิบัติตามนโยบายก็จะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


สรุปแนวทางปฏิบัติสำหรับความปลอดภัย Google Drive ในองค์กร

📌 สรุปประเด็นสำคัญที่นำไปใช้ได้ทันที
– ปรับวิธีการแชร์จาก “ทุกคนที่มีลิงก์” เป็นการแชร์แบบจำกัดรายชื่อผู้ใช้ให้เป็นมาตรฐานในองค์กร
– ใช้ Shared Drive เก็บข้อมูลงานทั้งหมด แยกจากไดรฟ์ส่วนตัวของพนักงาน และกำหนดสิทธิ์ตามทีม/แผนกอย่างชัดเจน
– ผู้ดูแลระบบควบคุมการแชร์ออกนอกองค์กร ตั้งค่า Alert และตรวจสอบ Log การใช้งานเป็นประจำ
– เปิดใช้การยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (2-Step Verification) และจัดการอุปกรณ์ที่เข้าถึงข้อมูลองค์กรอย่างเป็นระบบ
– จำกัดการดาวน์โหลด คัดลอก พิมพ์ และการแชร์ต่อสำหรับไฟล์สำคัญที่มีความลับสูง
– วางนโยบายการใช้งาน Google Drive ภายในองค์กรและให้ความรู้ผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง

การตั้งค่าและดูแล ความปลอดภัย Google Drive เป็นงานที่ควรทำอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่เพียงครั้งเดียวแล้วจบ หากองค์กรของคุณเริ่มปรับจากข้อพื้นฐานที่กล่าวมาข้างต้น และค่อยๆ พัฒนาไปสู่การควบคุมเชิงลึกโดยผู้ดูแลระบบ ร่วมกับการสร้างวัฒนธรรมการใช้ข้อมูลอย่างระมัดระวัง จะช่วยลดความเสี่ยงการรั่วไหลของข้อมูลได้อย่างมีนัยสำคัญ

หากเนื้อหานี้เป็นประโยชน์ ขอเชิญกลับมาติดตามความรู้ด้านความปลอดภัยระบบคลาวด์ การจัดการข้อมูลองค์กร และการใช้งานเครื่องมือออนไลน์อย่างมั่นใจได้อีกในครั้งถัดไป และสามารถส่งต่อบทความนี้ให้เพื่อนร่วมงานหรือผู้เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยกันยกระดับความปลอดภัยข้อมูลในองค์กรอย่างสุภาพและสร้างสรรค์ร่วมกันค่ะ

ติดตามข่าวสารและบทความดีๆจากเราได้ทุกวัน
Shop SDesign Web Hosting & Web Design

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

coverblog 34

ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เมื่อองค์กรย้ายระบบไปทำงานบน Cloud 100%

ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เมื่อองค์กรย้ายระบบไปทำงานบน Cloud 100% การย้ายระบบ IT ขององค์กรไปอยู่บน Cloud แบบเต็มรูปแบบช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ลดต้นทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และรองรับการทำงานแบบ Hybrid / Remote ได้ดี แต่ในอีกด้านหนึ่ง การย้ายระบบไป Cloud

coverblog 33

วิธีตรวจสอบประวัติการล็อกอินคลาวด์องค์กร เพื่อค้นหาการเข้าถึงที่ผิดปกติ

วิธีตรวจสอบประวัติการล็อกอินคลาวด์องค์กร เพื่อค้นหาการเข้าถึงที่ผิดปกติ การใช้งานคลาวด์ในระดับองค์กรมีความยืดหยุ่นและคล่องตัวสูง แต่ก็แลกมากับความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเรื่อง “การเข้าถึงระบบ” หากไม่มีการตรวจสอบประวัติล็อกอินคลา

coverblog 32

ข้อดีของการใช้ระบบยืนยันตัวตนแบบ Single Sign-On (SSO) ในแง่ความปลอดภัย

ข้อดีของการใช้ระบบยืนยันตัวตนแบบ Single Sign-On (SSO) ในแง่ความปลอดภัย องค์กรที่ต้องใช้งานระบบออนไลน์หลายตัวพร้อมกัน เช่น ระบบอีเมล ERP CRM ระบบ HR หรือระบบ Intranet มักพบปัญหาด้านความปลอดภัยจากการจัดการบัญชีผู้ใช้จำนวนมาก ทั้งการตั้งรหัสผ่านซ้ำ การจ

Logo shopsdesign

บริการออนไลน์ครบวงจรจาก Shop SDesign

  • รับทำเว็บไซต์ WordPress: ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ที่ตอบโจทย์ธุรกิจ รองรับการแสดงผลทุกหน้าจอ (Responsive) และเน้นการใช้งานที่ง่ายสำหรับเจ้าของธุรกิจ

  • บริการ SEO & Google Ads: ผลักดันเว็บไซต์ของคุณให้ติดหน้าแรก Google ด้วยกลยุทธ์สายขาว เพิ่มจำนวนผู้เข้าชมและสร้างโอกาสในการขายอย่างยั่งยืน

  • Web Hosting & Cloud: บริการโฮสติ้งความเร็วสูง เสถียร และปลอดภัย พร้อมดูแลโดยทีมงานมืออาชีพตลอด 24 ชั่วโมง

  • Domain & SSL Certificate: จดชื่อโดเมนเนมที่ต้องการ พร้อมติดตั้งระบบความปลอดภัย SSL (กุญแจเขียว) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าและส่งผลดีต่อ SEO

บริการ เว็บโฮสติ้งคุณภาพ

บริการ เว็บโฮสติ้ง คุณภาพ

พร้อมบริการเสริมอีกมากมาย ดูแลซัพพอร์ทตลอด 24 ชม” บริการ เว็บโฮสต์ติ้ง  เพื่อให้ผู้ใช้บริการนำไปเพื่อสร้างเว็บไซต์ และนำเอกสารไฟล์รูปภาพรวมถึงไฟล์มีเดียต่างๆ ขึ้นมาไว้บน Server เพื่อให้สามารออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

พร้อมด้วยระบบรักษาความปลอดภัย Imunify360
และระบบ Control Panel  Plesk

Plesk

Control Panel

ระบบจัดการโฮสติ้ง - Plesk

Imunify360

ระบบรักษาความปลอดภัย Server

บริการ Web Hosting รับทำเว็บไซต์ wordpress