You dont have javascript enabled! Please enable it!

S-Design News
แหล่งรวมความรู้ บทความ ข่าวสาร

แหล่งรวมคลังความรู้รอบตัว บทความ ข่าวสารและเทคโนโลยี จาก S-Design News เนื้อหาบทความข่าวสารและแหล่งความรู้ต่างๆ รวบรวมเรียบเรียงโดยระบบ AI อัจฉริยะ
เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล และเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกท่าน เพื่อเป็นองค์ความรู้และสนับสนุนให้คนรักการอ่าน พร้อมแบ่งปันประสบการณ์การอยู่ร่วมกัน
ของมนุษย์ กับ AI อย่างสงบสุขพึ่งพากันและกัน หากเนื้อหาและข้อมูลส่วนใดของบทความข่าวสาร และแหล่งความรู้ต่างๆที่ AI รวบรวมและเรียบเรียงมา มีข้อผิดพลาดประการใด
ทาง S-Design News ต้องกราบขออภัยล่วงหน้ามา ณ ที่นี้ ด้วยครับ ทางเรายินดีรับฟังความคิดเห็น คำติชม คำตักเตือน เพื่อนำมาปรับใช้และแก้ไขในการวางระบบ AI ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
แหล่งรวมความรู้ บทความ ข่าวสาร S-Design News อยู่ภายใต้การบริหารจัดการดูแลระบบและควบคุมการวางคำสั่งรันระบบ AI อัจฉริยะ
โดย : Shop SDesign ผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้ง รับทำเว็บไซต์ และโซลูชั่นออนไลน์ครบวงจ (นโยบายความเป็นส่วนตัว)

10 ปลั๊กอิน WordPress ที่ต้องมีในปี 2026 เพื่อยกระดับเว็บสู่มืออาชีพ

coverblog 195
Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest

10 ปลั๊กอิน WordPress ที่ต้องมีในปี 2026 เพื่อยกระดับเว็บสู่มืออาชีพ

การเลือกปลั๊กอินให้ถูกตัวตั้งแต่แรก ช่วยลดงานหลังบ้าน ประหยัดเวลา และทำให้เว็บไซต์เติบโตอย่างเป็นระบบ บทความนี้รวบรวม Must have Plugins 2026 ที่เหมาะสำหรับทั้งเจ้าของธุรกิจ นักการตลาด และผู้ดูแลระบบเว็บไซต์ โดยคัดจากมุมมองด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย ความเร็ว และการใช้งานจริงบนโฮสติ้งและคลาวด์เซิร์ฟเวอร์แบบมืออาชีพ

ผู้อ่านจะได้เห็นภาพรวมประเภทปลั๊กอินที่ “ควรมีจริงๆ” พร้อมข้อดี ข้อควรระวัง และแนวทางใช้งานร่วมกับโฮสติ้งให้เสถียรที่สุด เพื่อนำไปต่อยอดและออกแบบสแต็กปลั๊กอินของตนเองได้อย่างมั่นใจ


1. ปลั๊กอินความปลอดภัย (Security) – ฐานรากของเว็บมืออาชีพ

Wordfence Security หรือ iThemes Security

ปลั๊กอินด้าน Security อยู่ในกลุ่ม Must have Plugins 2026 เนื่องจากเว็บไซต์ WordPress ยังคงเป็นเป้าหมายของบอทและการโจมตีแบบสุ่มอยู่ต่อเนื่อง การมีชั้นป้องกันที่ดีช่วยลดโอกาสเว็บถูกแฮ็ก ปลอมหน้า หรือฝังโค้ดอันตราย

  • ฟีเจอร์สำคัญที่ควรมองหา
    • Firewall ป้องกันการยิงบอทและการโจมตีแบบ Brute Force
    • การสแกนไฟล์โค้ด ตรวจจับมัลแวร์หรือไฟล์ต้องสงสัย
    • การแจ้งเตือนผ่านอีเมลเมื่อมีเหตุผิดปกติ เช่น ล็อกอินผิดหลายครั้ง
    • การบล็อก IP หรือประเทศต้นทางที่ต้องสงสัย
  • เคล็ดลับการใช้งานร่วมกับโฮสติ้ง
    • ไม่เปิดการสแกนถี่เกินไปบนโฮสติ้งสเปกต่ำ เพราะจะกิน CPU
    • เช็กให้แน่ใจว่าไม่ซ้ำซ้อนกับ Firewall ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการ

ปลั๊กอินความปลอดภัยที่ตั้งค่าดี จะช่วยลดความเสี่ยงเชิงระบบได้มากกว่าการคอยแก้ปัญหาย้อนหลังเมื่อถูกแฮ็กไปแล้ว


2. ปลั๊กอินเพิ่มความเร็วและแคช (Caching & Performance)

LiteSpeed Cache, WP Rocket หรือ W3 Total Cache

ความเร็วหน้าเว็บส่งผลต่อทั้งประสบการณ์ผู้ใช้และอันดับ SEO ปลั๊กอินแคชจึงถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Must have Plugins 2026 โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มีคอนเทนต์จำนวนมากหรือทราฟฟิกสูง

  • ความสามารถหลักที่ควรใช้
    • Page Cache แคชหน้าเว็บเพื่อลดรอบการประมวลผล PHP
    • การบีบอัดไฟล์ (GZIP / Brotli) และการรวมไฟล์ CSS/JS เพื่อลด Request
    • Lazy Load รูปภาพและวิดีโอ เพื่อให้หน้าโหลดเร็วขึ้น
    • Image Optimization ลดขนาดไฟล์ภาพโดยไม่เสียคุณภาพจนเกินไป
  • ข้อควรระวัง
    • ไม่ควรติดตั้งปลั๊กอินแคชหลายตัวพร้อมกัน เพราะอาจชนกันจนเว็บแสดงผลผิดเพี้ยน
    • ควรทดสอบหน้า Login, หน้า Cart, Checkout ว่าไม่ถูกแคชผิดจังหวะ

3. ปลั๊กอินสำรองข้อมูล (Backup & Restore)

UpdraftPlus, BackupBuddy หรือ Duplicator

ระบบ Backup เป็น “ประกันภัย” สำหรับผู้ดูแลเว็บไซต์ การตั้งค่าแบ็กอัปอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้กู้เว็บกลับมาได้หากอัปเดตปลั๊กอินแล้วเว็บพัง หรือติดมัลแวร์โดยไม่รู้ตัว

  • ฟังก์ชันที่จำเป็น
    • ตั้งเวลาสำรองอัตโนมัติทั้งไฟล์และฐานข้อมูล
    • แยกเก็บไฟล์สำรองไปที่ Cloud (เช่น Google Drive, S3 หรืออื่นๆ)
    • ระบบกู้คืน (Restore) แบบคลิกไม่กี่ครั้ง
  • แนวทางใช้งานให้ปลอดภัย
    • ไม่เก็บไฟล์ Backup ไว้บนโฮสติ้งลูกเดียว เพราะถ้าเซิร์ฟเวอร์มีปัญหาไฟล์จะหายพร้อมกัน
    • ทดสอบการ Restore บนสภาพแวดล้อมทดสอบ (Staging) ก่อนใช้งานจริง

4. ปลั๊กอิน SEO – พื้นฐานการเติบโตแบบยั่งยืน

Rank Math, Yoast SEO หรือ All in One SEO

ปลั๊กอิน SEO ช่วยจัดระเบียบโครงสร้างหน้าเว็บ เมตาแท็ก และ Sitemap ให้เครื่องมือค้นหาจัดทำดัชนีได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเว็บไซต์ธุรกิจและคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งที่ต้องการทราฟฟิกระยะยาว

  • คุณสมบัติที่ควรใช้ให้เต็มที่
    • ตั้งค่า Title, Meta Description รายหน้า
    • สร้าง XML Sitemap อัตโนมัติ
    • Schema Markup เบื้องต้นเช่น Article, Product, FAQ
    • เชื่อมต่อกับ Google Search Console ได้สะดวก
  • เทคนิคเสริมสำหรับ Must have Plugins 2026
    • ใช้ร่วมกับปลั๊กอินความเร็ว เพื่อให้คะแนน Core Web Vitals ดีขึ้น
    • ตรวจสอบว่าปลั๊กอิน SEO ไม่ชนกับธีมที่มีระบบ SEO ภายใน

5. ปลั๊กอินจัดการสแปมและฟอร์มติดต่อ

Akismet Anti-Spam + ปลั๊กอินฟอร์ม (Contact Form 7, WPForms, Gravity Forms)

คอมเมนต์สแปมและสแปมจากฟอร์มติดต่อมักเป็นปัญหาเว็บที่เปิดมาสักระยะ การมีปลั๊กอินกันสแปมพร้อมฟอร์มใช้งานง่ายจะช่วยลดงานหลังบ้านและเก็บข้อมูลลูกค้าได้เป็นระบบ

  • องค์ประกอบสำคัญ
    • ระบบตรวจจับสแปมอัตโนมัติในคอมเมนต์และฟอร์ม
    • รองรับ ReCAPTCHA หรือ Honeypot ลดสแปมจากบอท
    • การบันทึกข้อมูลฟอร์มแบบ Log ไว้ในระบบ (เผื่ออีเมลตกหล่น)
  • แนวทางเลือกปลั๊กอินฟอร์ม
    • เว็บธุรกิจทั่วไป: ปลั๊กอินเบาๆ เช่น Contact Form 7 + ส่วนเสริมป้องกันสแปม
    • เว็บที่ต้องการ Workflow ซับซ้อน: เลือกปลั๊กอินฟอร์มที่ต่อกับ CRM หรือ Email Marketing ได้

6. ปลั๊กอินอีคอมเมิร์ซ (สำหรับเว็บขายสินค้า)

WooCommerce + ส่วนเสริมที่จำเป็น

สำหรับเว็บที่มีแผนขายสินค้าในปัจจุบันหรืออนาคต WooCommerce ถือเป็นโซลูชันมาตรฐานที่ยืดหยุ่นสูง ทั้งฝั่งสินค้า สต็อก และระบบชำระเงิน

  • ปลั๊กอินเสริมที่ควรพิจารณา
    • ปลั๊กอินสำหรับเกตเวย์ชำระเงินของธนาคารหรือผู้ให้บริการในประเทศ
    • ปลั๊กอินจัดการขนส่ง (Shipping) ให้คำนวณค่าจัดส่งตามพื้นที่ น้ำหนัก หรือโปรโมชั่น
    • ปลั๊กอินเพิ่มประสิทธิภาพ Cart และ Checkout เช่น ลดขั้นตอนการกรอกฟอร์ม
  • ประเด็นด้านประสิทธิภาพ
    • WooCommerce ใช้ทรัพยากรเซิร์ฟเวอร์มากกว่าเว็บปกติ ควรประเมินสเปกโฮสติ้งให้เพียงพอ
    • ทำงานร่วมกับปลั๊กอินแคชแบบระมัดระวัง ไม่แคชหน้าตะกร้าและการชำระเงิน

7. ปลั๊กอิน Page Builder / Block Builder

Elementor, Gutenberg Block Extensions หรือ Bricks/Block-based Builder

ผู้ดูแลเว็บจำนวนมากต้องการปรับแต่งหน้าเว็บเองโดยไม่เขียนโค้ด ปลั๊กอิน Page Builder จึงยังเป็นหนึ่งใน Must have Plugins 2026 สำหรับทีมที่เน้นความยืดหยุ่นในการออกแบบ

  • สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนเลือก
    • ความเบาและความเร็วของโค้ดที่สร้าง (Output Code)
    • จำนวนเทมเพลตและวิดเจ็ตที่มีให้ใช้จริงในการทำงาน
    • ความเข้ากันได้กับธีมและปลั๊กอินอื่น เช่น WooCommerce, ฟอร์ม, ระบบสมาชิก
  • ข้อควรระวังระยะยาว
    • หลีกเลี่ยงการพึ่งพา Page Builder หลายตัวบนเว็บเดียว เพราะจะทำให้โค้ดซ้ำซ้อนและช้า
    • วางโครงสร้างคอนเทนต์พื้นฐานด้วย Block มาตรฐานของ WordPress ให้มากที่สุด เพื่อย้ายระบบได้ง่ายในอนาคต

8. ปลั๊กอิน Analytics และ Conversion Tracking

Site Kit by Google หรือปลั๊กอินเชื่อมต่อ Tag Manager

การวัดผลเป็นหัวใจของการทำ Digital Marketing เว็บไซต์มืออาชีพควรเชื่อมต่อกับเครื่องมือวิเคราะห์ทราฟฟิกและ Conversion อย่างเป็นระบบ

  • ฟีเจอร์ที่ช่วยให้ทำงานได้สะดวก
    • เชื่อมต่อ Google Analytics, Search Console และ AdSense ในที่เดียว
    • ติดตั้งโค้ดติดตาม (Tracking Code) โดยไม่ต้องแก้ไฟล์ธีมเอง
    • รองรับการฝัง Google Tag Manager เพื่อบริหารแท็กทั้งหมดจากส่วนกลาง
  • แนวทางใช้งานคู่กับปลั๊กอินอื่น
    • ถ้าใช้ปลั๊กอิน Analytics แล้ว ไม่ควรฝังสคริปต์ซ้ำในธีมหรือปลั๊กอินอื่น
    • ทดสอบการนับ Conversion บนหน้า Checkout หรือฟอร์มสำคัญให้เรียบร้อยก่อนรันโฆษณา

9. ปลั๊กอินจัดการภาพและสื่อ (Media Optimization)

Smush, ShortPixel หรือ Imagify

รูปภาพขนาดใหญ่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้หน้าเว็บโหลดช้า การใช้ปลั๊กอินบีบอัดและจัดการสื่อช่วยลดขนาดไฟล์โดยไม่ส่งผลต่อคุณภาพมากนัก

  • ความสามารถที่ควรมองหา
    • บีบอัดภาพอัตโนมัติเมื่ออัปโหลด
    • แปลงภาพเป็น WebP (หากเซิร์ฟเวอร์รองรับ) เพื่อประหยัดแบนด์วิดธ์
    • ลบ Metadata ที่ไม่จำเป็นออกจากไฟล์รูป
  • การตั้งค่าที่เหมาะสม
    • เลือกโหมดบีบอัดระดับกลาง เพื่อรักษาคุณภาพภาพที่ใช้ในแบรนด์
    • สำรองภาพต้นฉบับไว้ เผื่อในอนาคตต้องใช้ไฟล์ความละเอียดสูงกว่าเดิม

10. ปลั๊กอินเสริมประสบการณ์ผู้ใช้ (UX & Utility)

Table of Contents, Redirect Manager และ Security Utility อื่นๆ

ปลั๊กอินกลุ่มนี้อาจดูเล็กน้อย แต่ช่วยปรับประสบการณ์ใช้งานและงานหลังบ้านให้เป็นมืออาชีพและง่ายขึ้นในระยะยาว

  • ตัวอย่างปลั๊กอินที่ควรมี
    • Table of Contents (สารบัญบทความอัตโนมัติ) ช่วยให้ผู้อ่านเลือกอ่านส่วนที่ต้องการได้เร็ว
    • Redirection หรือปลั๊กอินจัดการ 301 Redirect ป้องกันลิงก์เสียเมื่อเปลี่ยนโครงสร้าง URL
    • Limit Login Attempts หรือฟีเจอร์จำกัดการล็อกอินผิดซ้ำ เพิ่มความปลอดภัยให้หน้าเข้าสู่ระบบ
  • มุมมองการใช้งานเชิงกลยุทธ์
    • เลือกเฉพาะฟังก์ชันที่เว็บใช้งานจริง เพื่อลดจำนวนปลั๊กอินโดยรวม
    • ประเมินปลั๊กอิน Utility ทุกปี ว่ามีฟีเจอร์ไหนถูกย้ายไปอยู่ในธีมหรือปลั๊กอินหลักแล้ว จะได้ลดความซ้ำซ้อน

แนวทางออกแบบ “สแต็กปลั๊กอิน” ให้เหมาะกับเว็บและโฮสติ้ง

นอกจากการรู้จักปลั๊กอินที่จัดอยู่ในกลุ่ม Must have Plugins 2026 แล้ว การนำไปใช้จริงควรคำนึงถึงปัจจัยด้านโครงสร้างระบบและโฮสติ้งด้วย

  • หลักคิดในการเลือกปลั๊กอิน
    • เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ: ปลั๊กอินน้อยลง แต่ทำงานได้ครอบคลุม
    • เลือกปลั๊กอินที่มีการอัปเดตรองรับ WordPress เวอร์ชันล่าสุดอย่างสม่ำเสมอ
    • อ่านรีวิวและดูจำนวนการติดตั้ง เพื่อประเมินความน่าเชื่อถือ
  • ทำงานร่วมกับโฮสติ้งและคลาวด์เซิร์ฟเวอร์
    • เช็กให้แน่ใจว่าเวอร์ชัน PHP, Memory Limit และทรัพยากรเซิร์ฟเวอร์เพียงพอกับปลั๊กอินหลัก เช่น WooCommerce, Page Builder
    • ใช้ระบบ Staging ทดสอบอัปเดตปลั๊กอินก่อนอัปเดตบนเว็บจริง โดยเฉพาะเว็บที่มีทราฟฟิกหรือยอดขายต่อวันสูง
    • สำรองข้อมูลก่อนเปลี่ยนปลั๊กอินสำคัญทุกครั้ง

การออกแบบชุดปลั๊กอินที่กระชับ เสถียร และเข้ากันได้กับโฮสติ้ง คือหัวใจของการดูแลเว็บ WordPress แบบมืออาชีพในระยะยาว


สรุป: 📌 เช็กลิสต์ปลั๊กอินที่ควรมีบนเว็บ WordPress ปี 2026

  • ติดตั้งปลั๊กอิน Security ที่น่าเชื่อถือ และตั้งค่า Firewall, การแจ้งเตือน และการล็อกอินอย่างเหมาะสม
  • ใช้ปลั๊กอิน Caching & Performance เพียงตัวเดียวที่ทำได้ครบ ทั้งแคช บีบอัดไฟล์ และ Lazy Load
  • ตั้งค่าระบบ Backup ให้สำรองอัตโนมัติและเก็บบน Cloud อย่างน้อยหนึ่งที่
  • ใช้ปลั๊กอิน SEO เพื่อจัดการ Meta, Sitemap และ Schema แบบเป็นระบบ
  • ป้องกันสแปมและจัดการ ฟอร์มติดต่อ ให้ข้อมูลลูกค้าไม่ตกหล่น
  • หากมีการขายสินค้า เลือกใช้ WooCommerce และปลั๊กอินเสริมที่จำเป็นเท่านั้น
  • เลือก Page Builder / Block Builder ที่ตอบโจทย์ทีมงาน โดยคำนึงถึงความเร็วและอนาคตการย้ายระบบ
  • เชื่อมต่อกับ Analytics อย่างถูกต้อง เพื่อวัดผลทราฟฟิกและ Conversion
  • เพิ่มประสิทธิภาพ รูปภาพและสื่อ เพื่อลดเวลาการโหลดหน้าเว็บ
  • เสริมด้วยปลั๊กอิน UX & Utility เท่าที่จำเป็น เช่น TOC, Redirect และการจำกัดการล็อกอิน

เมื่อผู้อ่านนำเช็กลิสต์นี้ไปปรับใช้ร่วมกับสภาพแวดล้อมโฮสติ้งหรือคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ที่เหมาะสม เว็บไซต์ WordPress จะสามารถเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพ ปลอดภัย และรองรับการขยายตัวทั้งด้านคอนเทนต์และธุรกิจในระยะยาว

หากบทความนี้เป็นประโยชน์ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะกลับมาติดตามเนื้อหาเชิงลึกด้านโฮสติ้ง คลาวด์เซิร์ฟเวอร์ SEO และการพัฒนาเว็บไซต์อยู่เสมอ และกรุณาแบ่งปันความรู้นี้ต่อให้ผู้ที่กำลังดูแลเว็บไซต์หรือเริ่มต้นสร้างเว็บใหม่ เพื่อให้ทุกคนพัฒนาเว็บไซต์ได้อย่างมั่นใจและยั่งยืนไปพร้อมกันค่ะ

ติดตามข่าวสารและบทความดีๆจากเราได้ทุกวัน
Shop SDesign Web Hosting & Web Design

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

coverblog 17

วิธีรับมือเมื่อรู้ตัวว่า “ข้อมูลบัตรเครดิตหลุด” ต้องทำอะไรเป็นอย่างแรก?

วิธีรับมือเมื่อรู้ตัวว่า “ข้อมูลบัตรเครดิตหลุด” ต้องทำอะไรเป็นอย่างแรก? ทันทีที่เริ่มสงสัยหรือได้รับแจ้งว่า ข้อมูลบัตรเครดิตหลุด ไม่ว่าจะมาจาก SMS ธนาคาร อีเมลแจ้งเตือน หรือธุรกรรมที่คุณไม่รู้จัก สิ่งสำคัญที่สุดคือ “เวลา” และ “การตัดสินใจ

coverblog 16

ภัยร้ายจากการแชร์รูปภาพลูกลงโซเชียล สิ่งที่พ่อแม่ยุคใหม่ต้องระวัง

ภัยร้ายจากการแชร์รูปภาพลูกลงโซเชียล สิ่งที่พ่อแม่ยุคใหม่ต้องระวัง หลายครอบครัวใช้โซเชียลมีเดียเป็นเหมือน “บันทึกความทรงจำ” ของลูก ตั้งแต่คลิปแรกที่เริ่มหัดเดิน จนถึงรอยยิ้มในวันเปิดเทอม แต่การโพสต์ภาพเหล่านี้โดยไม่คิดให้รอบคอบ อาจเปิดช่องให้เกิด **คว

coverblog 15

ลิงก์ย่ออันตรายอย่างไร? วิธีตรวจสอบลิงก์สั้นก่อนกดดูเนื้อหา

ลิงก์ย่ออันตรายอย่างไร? วิธีตรวจสอบลิงก์สั้นก่อนกดดูเนื้อหา ลิงก์สั้นหรือลิงก์ย่อ (Short URL) ถูกใช้อย่างแพร่หลาย ทั้งบนโซเชียลมีเดีย อีเมล แอปแชต และหน้าเว็บไซต์ เพื่อให้ลิงก์ดูสั้นและแชร์ได้สะดวก แต่ความสั้นนี้เองที่เปิดช่องให้มิจฉาชีพใช้ซ่อนปลายทา

Logo shopsdesign

บริการออนไลน์ครบวงจรจาก Shop SDesign

  • รับทำเว็บไซต์ WordPress: ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ที่ตอบโจทย์ธุรกิจ รองรับการแสดงผลทุกหน้าจอ (Responsive) และเน้นการใช้งานที่ง่ายสำหรับเจ้าของธุรกิจ

  • บริการ SEO & Google Ads: ผลักดันเว็บไซต์ของคุณให้ติดหน้าแรก Google ด้วยกลยุทธ์สายขาว เพิ่มจำนวนผู้เข้าชมและสร้างโอกาสในการขายอย่างยั่งยืน

  • Web Hosting & Cloud: บริการโฮสติ้งความเร็วสูง เสถียร และปลอดภัย พร้อมดูแลโดยทีมงานมืออาชีพตลอด 24 ชั่วโมง

  • Domain & SSL Certificate: จดชื่อโดเมนเนมที่ต้องการ พร้อมติดตั้งระบบความปลอดภัย SSL (กุญแจเขียว) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าและส่งผลดีต่อ SEO

บริการ เว็บโฮสติ้งคุณภาพ

บริการ เว็บโฮสติ้ง คุณภาพ

พร้อมบริการเสริมอีกมากมาย ดูแลซัพพอร์ทตลอด 24 ชม” บริการ เว็บโฮสต์ติ้ง  เพื่อให้ผู้ใช้บริการนำไปเพื่อสร้างเว็บไซต์ และนำเอกสารไฟล์รูปภาพรวมถึงไฟล์มีเดียต่างๆ ขึ้นมาไว้บน Server เพื่อให้สามารออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

พร้อมด้วยระบบรักษาความปลอดภัย Imunify360
และระบบ Control Panel  Plesk

Plesk

Control Panel

ระบบจัดการโฮสติ้ง - Plesk

Imunify360

ระบบรักษาความปลอดภัย Server

บริการ Web Hosting รับทำเว็บไซต์ wordpress