You dont have javascript enabled! Please enable it!

S-Design News
แหล่งรวมความรู้ บทความ ข่าวสาร

แหล่งรวมคลังความรู้รอบตัว บทความ ข่าวสารและเทคโนโลยี จาก S-Design News เนื้อหาบทความข่าวสารและแหล่งความรู้ต่างๆ รวบรวมเรียบเรียงโดยระบบ AI อัจฉริยะ
เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล และเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกท่าน เพื่อเป็นองค์ความรู้และสนับสนุนให้คนรักการอ่าน พร้อมแบ่งปันประสบการณ์การอยู่ร่วมกัน
ของมนุษย์ กับ AI อย่างสงบสุขพึ่งพากันและกัน หากเนื้อหาและข้อมูลส่วนใดของบทความข่าวสาร และแหล่งความรู้ต่างๆที่ AI รวบรวมและเรียบเรียงมา มีข้อผิดพลาดประการใด
ทาง S-Design News ต้องกราบขออภัยล่วงหน้ามา ณ ที่นี้ ด้วยครับ ทางเรายินดีรับฟังความคิดเห็น คำติชม คำตักเตือน เพื่อนำมาปรับใช้และแก้ไขในการวางระบบ AI ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
แหล่งรวมความรู้ บทความ ข่าวสาร S-Design News อยู่ภายใต้การบริหารจัดการดูแลระบบและควบคุมการวางคำสั่งรันระบบ AI อัจฉริยะ
โดย : Shop SDesign ผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้ง รับทำเว็บไซต์ และโซลูชั่นออนไลน์ครบวงจ (นโยบายความเป็นส่วนตัว)

5 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเลือกซื้อธีม WordPress

coverblog 194
Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest

5 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเลือกซื้อธีม WordPress (Theme Buying Mistakes)


การเลือกซื้อธีม WordPress เป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการสร้างเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ธุรกิจ ร้านค้าออนไลน์ หรือบล็อกส่วนตัว ธีมที่ดีช่วยให้เว็บไซต์ดูเป็นมืออาชีพ ใช้งานง่าย และรองรับการทำ SEO ได้อย่างเหมาะสม แต่หากเลือกผิด เพียงครั้งเดียวก็อาจต้องเสียทั้งเวลา งบประมาณ และโอกาสทางธุรกิจไปอย่างน่าเสียดาย บทความนี้จะเจาะลึก Theme Buying Mistakes หรือข้อผิดพลาดที่มักเกิดขึ้นบ่อยครั้ง พร้อมแนวทางป้องกันและวิธีเลือกธีมอย่างมืออาชีพ เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของคุณ

ประเด็นสำคัญ: การเลือกธีม WordPress ไม่ใช่แค่เรื่อง “ความสวย” แต่คือการตัดสินใจด้านโครงสร้างเว็บไซต์ ประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) ประสิทธิภาพ (Performance) และความปลอดภัย (Security) ในระยะยาว

ภาพรวมของ Theme Buying Mistakes ที่มักเกิดขึ้น

โดยสรุปแล้ว ข้อผิดพลาดส่วนใหญ่เกิดจากการ “มองเพียงเปลือกนอก” ของธีม เช่น ดีไซน์ที่สวยงาม หรือฟีเจอร์เยอะเกินจำเป็น โดยมองข้ามเรื่องประสิทธิภาพ ความเข้ากันได้กับปลั๊กอิน ระบบอัปเดต และการซัพพอร์ตจากผู้พัฒนา หากเข้าใจข้อผิดพลาดเหล่านี้ล่วงหน้า คุณจะสามารถเลือกธีมได้อย่างมั่นใจมากขึ้น และลดโอกาสต้อง “เปลี่ยนธีมใหม่ทั้งระบบ” ในภายหลัง


ข้อผิดพลาดที่ 1: เลือกธีมจากหน้าตาอย่างเดียว โดยไม่ดูโครงสร้างและประสิทธิภาพ

โฟกัสแต่ความสวย จนลืมเรื่อง Performance

หนึ่งใน Theme Buying Mistakes ที่พบบ่อยที่สุด คือการเลือกธีมเพียงเพราะ “หน้าตาเหมือนเว็บที่อยากได้” แต่ไม่ได้ทดสอบความเร็ว หรือโครงสร้างภายใน ธีมจำนวนมากใส่เอฟเฟกต์ รูปแบบแอนิเมชัน และสคริปต์เสริมจำนวนมาก ส่งผลให้เว็บไซต์โหลดช้า ซึ่งมีผลโดยตรงต่ออัตราการเข้า–ออกหน้าเว็บ (Bounce Rate) และอันดับ SEO

สัญญาณเตือนว่าธีมอาจหนักเกินไป

  • เดโมธีมโหลดช้ากว่า 3–4 วินาที แม้ทดสอบบนอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
  • มีสคริปต์แทรกหลายตัว เช่น สไลเดอร์ แอนิเมชัน เอฟเฟกต์พารัลแลกซ์เต็มหน้า
  • ใช้ Page Builder หลายตัวในธีมเดียวกัน (หนักและซ้ำซ้อน)

แนวทางตรวจสอบประสิทธิภาพก่อนตัดสินใจซื้อ

  • นำ URL ของ Demo Theme ไปทดสอบในเครื่องมือวัดความเร็ว เช่น PageSpeed Insights / GTmetrix
  • ตรวจดูโค้ด HTML คร่าวๆ ว่ามีการเรียกใช้สคริปต์จากหลายแหล่งหรือไม่
  • อ่านรีวิวจากผู้ใช้จริง โดยเฉพาะคอมเมนต์เกี่ยวกับความเร็วและความลื่นไหล

หลักคิดสำคัญ: ธีมที่ดีไม่จำเป็นต้องมีเอฟเฟกต์มากที่สุด แต่ควรออกแบบให้โหลดไว โครงสร้างสะอาด และรองรับการขยายในอนาคต


ข้อผิดพลาดที่ 2: ไม่ตรวจสอบความเข้ากันได้กับปลั๊กอินและฟังก์ชันหลักของเว็บไซต์

ธีมสวย แต่ใช้จริงไม่ได้กับระบบที่ต้องการ

อีกหนึ่ง Theme Buying Mistakes คือการไม่เช็คว่าธีมรองรับปลั๊กอินหลักที่ธุรกิจของคุณต้องใช้หรือไม่ เช่น WooCommerce, LMS, Multilingual (WPML, Polylang), หรือปลั๊กอินจองคิว หากธีมไม่รองรับตั้งแต่แรก คุณอาจต้องแก้โค้ดเองจำนวนมาก หรือเสี่ยงต่อปัญหาเว็บไซต์แสดงผลเพี้ยนเมื่อเปิดใช้งานปลั๊กอิน

ปลั๊กอินสำคัญที่ควรเช็คความเข้ากันได้

  • WooCommerce – สำหรับร้านค้าออนไลน์ ระบบตะกร้าสินค้า และการชำระเงิน
  • SEO Plugins – เช่น Rank Math, Yoast SEO หรือ All in One SEO
  • Multilingual Plugins – เช่น WPML, Polylang สำหรับเว็บไซต์หลายภาษา
  • Page Builder – Elementor, WPBakery, Gutenberg Block ที่ธีมรองรับอย่างเป็นทางการ
  • Security / Cache Plugins – เพื่อปรับปรุงความปลอดภัยและความเร็ว

วิธีเช็คความเข้ากันได้อย่างเป็นระบบ

  • อ่านรายละเอียดจากหน้าขายธีมให้ครบ โดยเฉพาะหัวข้อ “Compatibility” หรือ “Plugins Supported”
  • ตรวจสอบ Changelog ว่ามีการอัปเดตให้รองรับเวอร์ชันปลั๊กอินใหม่หรือไม่
  • ดูจาก FAQ หรือคอมเมนต์ของผู้ใช้ ว่ามีการแจ้งปัญหาเกี่ยวกับปลั๊กอินตัวสำคัญหรือไม่

ข้อควรจำ: การเลือกธีมที่รองรับปลั๊กอินมาตรฐานอย่างเป็นทางการ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจ้างนักพัฒนาแก้โค้ดในระยะยาวได้มาก


ข้อผิดพลาดที่ 3: ไม่สนใจการอัปเดตและการซัพพอร์ตจากผู้พัฒนา

ธีมที่ไม่ได้อัปเดต = ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

ธีม WordPress เป็นซอฟต์แวร์ชนิดหนึ่ง ถ้าไม่มีการอัปเดตให้เข้ากับเวอร์ชัน WordPress ล่าสุดและปลั๊กอินที่ใช้งานอยู่ ก็อาจเกิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัย หรือทำให้ฟังก์ชันบางอย่างใช้การไม่ได้ นี่คือ Theme Buying Mistakes ที่มักส่งผลระยะยาวมากกว่าที่หลายคนคาดคิด

สิ่งที่ควรดูในหน้ารายละเอียดของธีม

  • Last Update – วันเวลาของการอัปเดตล่าสุด หากนานเกิน 6–12 เดือนควรพิจารณาให้ดี
  • Version – แสดงให้เห็นว่าผู้พัฒนามีการปรับปรุงต่อเนื่องหรือไม่
  • Change Log – รายละเอียดสิ่งที่อัปเดต เช่น แก้บั๊ก ปรับให้รองรับ WordPress เวอร์ชันใหม่

การซัพพอร์ต: ปัจจัยที่หลายคนมองข้าม

แม้ธีมจะดูดีแค่ไหน ก็ย่อมมีโอกาสพบปัญหาเมื่อนำไปใช้งานจริง เช่น ข้อมูลไม่แสดงผลตรงกับ Demo หรือมีความขัดแย้งกับปลั๊กอินบางตัว การเลือกธีมที่มีระบบซัพพอร์ตที่ดีจึงสำคัญอย่างยิ่ง

วิธีประเมินคุณภาพการซัพพอร์ต

  • อ่านรีวิวเกี่ยวกับการตอบกลับของทีมซัพพอร์ต ว่า “ตอบเร็ว–ละเอียดหรือไม่”
  • ตรวจสอบว่าผู้พัฒนามี Documentation / Knowledge Base ให้หรือไม่
  • เช็คว่ามี Forum หรือ Ticket System ที่สามารถเปิดเคสสอบถามได้

แนวทางปฏิบัติที่ดี: เลือกธีมจากผู้พัฒนาที่มีผลงานอย่างต่อเนื่อง และมีการอัปเดตธีมในระยะเวลาไม่นานเกินไปจากปัจจุบัน


ข้อผิดพลาดที่ 4: เลือกธีมที่ “ทำได้ทุกอย่าง” จนเกินความจำเป็น

ธีมสารพัดประโยชน์ แต่หนักเกินไปสำหรับเว็บไซต์จริง

มีธีมจำนวนมากที่โฆษณาว่าเป็น “All-in-One” หรือ “Multipurpose” มีฟังก์ชันทุกอย่างในตัว ตั้งแต่พอร์ตโฟลิโอ ร้านค้า ระบบสมาชิก ไปจนถึงระบบจองห้องพัก ธีมลักษณะนี้อาจเหมาะกับคนที่ต้องทดลองหลายรูปแบบ แต่สำหรับเว็บไซต์จริงของธุรกิจ การใช้ธีมที่ “อัดทุกอย่างมาในไฟล์เดียว” เป็นหนึ่งใน Theme Buying Mistakes ที่ทำให้เว็บไซต์ทำงานหนักโดยไม่จำเป็น

ผลเสียของการใช้ธีมที่บวมเกินไป

  • ไฟล์ธีมมีขนาดใหญ่ ทำให้โหลดช้า และกินทรัพยากรเซิร์ฟเวอร์
  • มีฟีเจอร์ที่ไม่ใช้ แต่ถูกเรียกโหลดทุกหน้าโดยไม่อาจปิดได้ง่าย
  • มีโอกาสเกิดความขัดแย้งระหว่างโมดูลภายในธีมกับปลั๊กอินภายนอก

หลักเลือกธีมให้เหมาะกับ “เป้าหมายเว็บไซต์”

ก่อนซื้อธีม ควรกำหนดก่อนว่าเว็บไซต์ของคุณต้องทำอะไรเป็นหลัก เช่น

  • เว็บไซต์บริษัท / แบรนด์ – เน้นข้อมูลบริการ ความน่าเชื่อถือ
  • ร้านค้าออนไลน์ – เน้นตะกร้าสินค้า ระบบชำระเงิน UX ของการสั่งซื้อ
  • บล็อกหรือเว็บไซต์คอนเทนต์ – เน้นการอ่านง่าย SEO และการจัดหมวดหมู่บทความ

จากนั้นเลือกธีมที่โฟกัสฟีเจอร์ตรงกับเป้าหมายเป็นหลัก และใช้ปลั๊กอินเสริมเฉพาะสิ่งที่จำเป็น วิธีนี้ทำให้การดูแลเว็บไซต์ในระยะยาวง่ายกว่า และลดความเสี่ยงจากตัวธีมที่ซับซ้อนจนควบคุมยาก

คำแนะนำ: ธีมที่ดีคือธีมที่ “ทำสิ่งที่จำเป็นได้ดี” ไม่ใช่ธีมที่มีทุกอย่างแต่ใช้จริงเพียงเล็กน้อย


ข้อผิดพลาดที่ 5: ไม่คำนึงถึงโครงสร้าง SEO และประสบการณ์ผู้ใช้ (UX)

โครงสร้างธีมที่ไม่รองรับ SEO

ต่อให้ธีมจะสวยและโหลดไว แต่หากโครงสร้าง HTML และโครงสร้างเนื้อหาภายในไม่เหมาะสม ก็ส่งผลโดยตรงต่อการทำ SEO การละเลยเรื่องนี้ถือเป็น Theme Buying Mistakes ที่ทำให้เว็บไซต์แข่งขันในอันดับการค้นหาได้ยากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

องค์ประกอบด้าน SEO ที่ควรมีในธีม

  • โครงสร้าง Heading (H1–H6) ชัดเจน ไม่ซ้ำซ้อน หรือใช้ H1 หลายครั้งในหน้าเดียว
  • รองรับ Schema Markup หรือ Structured Data อย่างน้อยในระดับพื้นฐาน
  • รองรับการตั้งค่า Meta Title / Description ร่วมกับปลั๊กอิน SEO ยอดนิยม
  • รองรับการทำ Breadcrumb ช่วยให้ทั้งผู้ใช้และ Search Engine เข้าใจโครงสร้างเว็บไซต์

ประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) ที่หลายคนมองข้าม

ธีมบางตัวเน้นความ “หวือหวา” มากเกินไป เช่น เมนูหลายชั้น แอนิเมชันซับซ้อน หรือเลย์เอาต์ที่ซ่อนข้อมูลสำคัญ ทำให้ผู้ใช้หาข้อมูลไม่เจอ หรือรู้สึกว่าเว็บไซต์ใช้งานยาก ส่งผลโดยตรงต่อ Conversion และความน่าเชื่อถือ

ตัวอย่าง UX ที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกธีม

  • เมนูนำทางชัดเจน ใช้งานง่ายทั้งบน Desktop และ Mobile
  • ขนาดตัวอักษรอ่านง่าย สีไม่กลืนกับพื้นหลัง
  • ปุ่ม Call to Action (เช่น ปุ่มติดต่อ / ซื้อสินค้า) มองเห็นชัดเจน
  • รองรับการแสดงผลแบบ Responsive อย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ย่อสเกล

หัวใจสำคัญ: ธีมที่เอื้อต่อ SEO และ UX ที่ดี จะช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาเว็บไซต์คุณเจอ และเมื่อเข้ามาแล้วก็ใช้งานได้อย่างราบรื่น


แนวทางป้องกัน Theme Buying Mistakes และเช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจซื้อธีม

เช็กลิสต์ก่อนซื้อธีม WordPress

ก่อนตัดสินใจชำระเงินสำหรับธีมใดธีมหนึ่ง ลองตรวจสอบตามรายการดังต่อไปนี้

  • เป้าหมายเว็บไซต์ชัดเจนหรือยัง – เช่น ขายสินค้า, สร้างแบรนด์, ทำบล็อกคอนเทนต์
  • ทดสอบความเร็วของ Demo Theme – ผ่านเครื่องมือ PageSpeed / GTmetrix
  • ตรวจสอบวันอัปเดตล่าสุด และดู Changelog อย่างละเอียด
  • ดูความเข้ากันได้กับปลั๊กอินหลัก ที่จำเป็นต้องใช้ในเว็บไซต์ของคุณ
  • อ่านรีวิวและคอมเมนต์ โดยเฉพาะรีวิวเชิงลบ เพื่อดูข้อเสียที่อาจซ่อนอยู่
  • ทดลองใช้งานเอกสารคู่มือหรือ Demo Backend ถ้ามี เพื่อดูความง่ายในการปรับแต่ง
  • เช็คโครงสร้าง SEO และ UX – เมนู, Heading, การแสดงผลบนมือถือ

มุมมองจากการทำงานร่วมกับโฮสติ้งและเซิร์ฟเวอร์

สำหรับผู้ให้บริการด้าน Web Hosting และ Cloud Server มักพบว่าเว็บไซต์ที่มีปัญหาประสิทธิภาพส่วนหนึ่งมาจากการใช้ธีมที่มีโค้ดไม่เหมาะสมหรือหนักเกินไป แม้จะอัปเกรดสเปกเซิร์ฟเวอร์แล้ว ปัญหาก็ยังไม่หมดไป หากต้นเหตุคือธีมเอง การเลือกธีมคุณภาพดีจึงไม่ใช่แค่เรื่องดีไซน์ แต่ยังช่วยลดต้นทุนทรัพยากรเซิร์ฟเวอร์ และทำให้เว็บไซต์เสถียรในระยะยาว

การลงทุนเวลาในการเลือกธีมที่เหมาะสมตั้งแต่แรก ช่วยลดเวลาแก้ปัญหาในอนาคตได้อย่างมาก ทั้งในมุมมองของเจ้าของเว็บไซต์ นักการตลาด และทีมโฮสติ้ง/เซิร์ฟเวอร์


สรุป: 5 ข้อผิดพลาดในการเลือกซื้อธีม WordPress ที่ควรหลีกเลี่ยง

Theme Buying Mistakes มักเกิดจากการตัดสินใจที่เร่งด่วน หรือมองแค่ความสวยงามเพียงด้านเดียว หากต้องการให้เว็บไซต์เติบโตอย่างมั่นคงทั้งในแง่ประสิทธิภาพและการตลาด การใส่ใจรายละเอียดของธีมตั้งแต่ก่อนเลือกซื้อ คือการวางรากฐานที่สำคัญอย่างยิ่ง

📌 สรุปประเด็นที่นำไปใช้ได้ทันที

  • อย่าดูแค่ดีไซน์ ตรวจสอบประสิทธิภาพ ความเร็ว และโครงสร้างธีมทุกครั้ง
  • เช็คความเข้ากันได้กับปลั๊กอินหลักที่ธุรกิจของคุณต้องใช้
  • ให้ความสำคัญกับการอัปเดตและการซัพพอร์ตจากผู้พัฒนา
  • หลีกเลี่ยงธีมที่ฟีเจอร์ล้นเกินความจำเป็น เลือกธีมที่เหมาะกับเป้าหมายเว็บไซต์จริง
  • ตรวจสอบโครงสร้าง SEO และ UX เพื่อรองรับทั้งผู้ใช้และเครื่องมือค้นหา
  • ใช้เช็กลิสต์ก่อนซื้อธีมทุกครั้ง ลดความเสี่ยงต้องย้ายหรือเปลี่ยนธีมในอนาคต

หากคุณให้ความสำคัญกับรายละเอียดเหล่านี้ตั้งแต่ขั้นตอนเลือกธีม เว็บไซต์ WordPress ของคุณจะมีฐานที่มั่นคง ปรับขยายได้ง่าย และรองรับทั้งการเติบโตของธุรกิจและการทำการตลาดออนไลน์ในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หวังว่าเนื้อหาชุดนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการตัดสินใจผิดพลาดในการเลือกธีม WordPress หากมองว่าเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ กรุณาแชร์ต่อให้ผู้อื่น และกลับมาติดตามบทความความรู้ด้านเว็บไซต์ โฮสติ้ง และดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งเพิ่มเติมได้เสมอนะครับ/ค่ะ

ติดตามข่าวสารและบทความดีๆจากเราได้ทุกวัน
Shop SDesign Web Hosting & Web Design

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

coverblog 17

วิธีรับมือเมื่อรู้ตัวว่า “ข้อมูลบัตรเครดิตหลุด” ต้องทำอะไรเป็นอย่างแรก?

วิธีรับมือเมื่อรู้ตัวว่า “ข้อมูลบัตรเครดิตหลุด” ต้องทำอะไรเป็นอย่างแรก? ทันทีที่เริ่มสงสัยหรือได้รับแจ้งว่า ข้อมูลบัตรเครดิตหลุด ไม่ว่าจะมาจาก SMS ธนาคาร อีเมลแจ้งเตือน หรือธุรกรรมที่คุณไม่รู้จัก สิ่งสำคัญที่สุดคือ “เวลา” และ “การตัดสินใจ

coverblog 16

ภัยร้ายจากการแชร์รูปภาพลูกลงโซเชียล สิ่งที่พ่อแม่ยุคใหม่ต้องระวัง

ภัยร้ายจากการแชร์รูปภาพลูกลงโซเชียล สิ่งที่พ่อแม่ยุคใหม่ต้องระวัง หลายครอบครัวใช้โซเชียลมีเดียเป็นเหมือน “บันทึกความทรงจำ” ของลูก ตั้งแต่คลิปแรกที่เริ่มหัดเดิน จนถึงรอยยิ้มในวันเปิดเทอม แต่การโพสต์ภาพเหล่านี้โดยไม่คิดให้รอบคอบ อาจเปิดช่องให้เกิด **คว

coverblog 15

ลิงก์ย่ออันตรายอย่างไร? วิธีตรวจสอบลิงก์สั้นก่อนกดดูเนื้อหา

ลิงก์ย่ออันตรายอย่างไร? วิธีตรวจสอบลิงก์สั้นก่อนกดดูเนื้อหา ลิงก์สั้นหรือลิงก์ย่อ (Short URL) ถูกใช้อย่างแพร่หลาย ทั้งบนโซเชียลมีเดีย อีเมล แอปแชต และหน้าเว็บไซต์ เพื่อให้ลิงก์ดูสั้นและแชร์ได้สะดวก แต่ความสั้นนี้เองที่เปิดช่องให้มิจฉาชีพใช้ซ่อนปลายทา

Logo shopsdesign

บริการออนไลน์ครบวงจรจาก Shop SDesign

  • รับทำเว็บไซต์ WordPress: ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ที่ตอบโจทย์ธุรกิจ รองรับการแสดงผลทุกหน้าจอ (Responsive) และเน้นการใช้งานที่ง่ายสำหรับเจ้าของธุรกิจ

  • บริการ SEO & Google Ads: ผลักดันเว็บไซต์ของคุณให้ติดหน้าแรก Google ด้วยกลยุทธ์สายขาว เพิ่มจำนวนผู้เข้าชมและสร้างโอกาสในการขายอย่างยั่งยืน

  • Web Hosting & Cloud: บริการโฮสติ้งความเร็วสูง เสถียร และปลอดภัย พร้อมดูแลโดยทีมงานมืออาชีพตลอด 24 ชั่วโมง

  • Domain & SSL Certificate: จดชื่อโดเมนเนมที่ต้องการ พร้อมติดตั้งระบบความปลอดภัย SSL (กุญแจเขียว) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าและส่งผลดีต่อ SEO

บริการ เว็บโฮสติ้งคุณภาพ

บริการ เว็บโฮสติ้ง คุณภาพ

พร้อมบริการเสริมอีกมากมาย ดูแลซัพพอร์ทตลอด 24 ชม” บริการ เว็บโฮสต์ติ้ง  เพื่อให้ผู้ใช้บริการนำไปเพื่อสร้างเว็บไซต์ และนำเอกสารไฟล์รูปภาพรวมถึงไฟล์มีเดียต่างๆ ขึ้นมาไว้บน Server เพื่อให้สามารออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

พร้อมด้วยระบบรักษาความปลอดภัย Imunify360
และระบบ Control Panel  Plesk

Plesk

Control Panel

ระบบจัดการโฮสติ้ง - Plesk

Imunify360

ระบบรักษาความปลอดภัย Server

บริการ Web Hosting รับทำเว็บไซต์ wordpress